กำเดาไหล...เลือดออกไรฟัน เพราะม้าม

คอลัมน์: หมอใบไม้: กำเดาไหล...เลือดออกไรฟัน เพราะม้าม
ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2558 00:00:43 น.
กิตติ บุษปวนิช

เครื่องในวัวต้มเป็นอาหารอย่างหนึ่งซึ่งคนทั่วไปนิยมกิน โดยเฉพาะกับผู้ที่ยังเลิกกินเนื้อวัวไม่ได้... ทราบหรือไม่ว่าเครื่องในวัวหนึ่งชามอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่ร่างกายต้อง การในแต่ละวันค่อนข้างครบถ้วนกระบวนการกิน

แต่ก็ควรระวังเพราะเครื่องในสัตว์ทุกชนิดมีกรดยูริคสูง ไม่ดีต่อผู้เป็นโรคข้อทั้งหลาย ใครที่มีปัญหาอย่างโรคเกาต์ ปวดเข่าปวดข้อ บวมไม่มีสัญญาณเตือน ต้องระมัดระวังการรับประทานเครื่องในสัตว์

กับคนปกติที่ไม่มีอาการนี้ ให้กินเครื่องในสัตว์ได้บ้าง...นะครับ อย่าให้เครื่องในสัตว์เป็นอาหารโปรดขาดมันไม่ได้ เพราะกินมากไป...กินบ่อย ท่านก็มีโอกาสข้อบวมได้เช่นกัน

ม้าม...เป็นเครื่องในสัตว์อย่างหนึ่งที่ผู้คนชื่นชอบ เครื่องในวัวต้มหากขาดม้ามไป เครื่องในวัวชามนั้นคงไม่น่ารับประทานสักเท่าไร หลายคนจึงมักนิยมสั่งม้ามวัวเพิ่มเป็นพิเศษ

เครื่องในวัวร้อนๆ กินกับข้าวสวย กินมื้อไหนก็ได้ ต่างจากเครื่องในหมูที่มีเลือดหมูด้วย เลือดหมูต้มรับประทานได้แค่มื้อเช้าเพียงมื้อเดียว มื้ออื่นห้ามกิน ห้ามทำไมเอาไว้ค่อยคุยกันโอกาสหน้า

สำหรับเครื่องในวัวต้มซดได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ยกเว้นแถบขั้วโลกเหนือ หรือเมืองหนาว เพราะต้มแล้วจะมีไขมันลอยหน้ากินไม่ได้ ตอนนี้ก็อย่าไปอุตริอยากกินเครื่องในวัวต้มที่เชียงใหม่หรือแม่ฮ่องสอนแล้ว กัน

อย่าเพิ่งมึนกับเรื่องม้ามที่กำลังพูดถึง ไปพูดเรื่องม้ามจนหลายท่านอาจเริ่มอยากซดเครื่องในวัวต้มร้อนๆ แล้ว แต่กับผู้ที่ไม่กินเนื้อวัวคงกำลังอยากอาเจียน หมอใบไม้วันนี้ก็ไม่กินเนื้อวัวแล้ว ไม่ได้เชื่อเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ไหนหรอกครับ แต่เพราะอาชีพที่ต้องใช้เขาวัว เขาควาย มาเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ นำมาขูดพิษไล่ของเสียให้ออกจากร่างกายของคนป่วย จึงไม่สมควรกินเนื้อวัว

เมื่อทราบแล้วว่าม้ามวัวม้ามหมูมีประโยชน์อย่างไร...ก็มาพูดเรื่อง... ม้ามคน ก็คงไม่แนะนำให้ใครหันมากินม้ามคนหรอกครับ แต่อยากจะให้ท่านทั้งหลายทราบถึงความสำคัญของม้ามในตัวเรา ซึ่งแต่ก่อนแต่ไรหมอคนไหนก็ไม่ทราบหรอก...ว่าม้ามมีความสำคัญอย่างไร

มันทำหน้าที่อะไร ไปโรงพยาบาล ไปพบแพทย์หากผู้ป่วยมีอาการเกี่ยวกับม้าม หมอจะมึนกับอาการ เพราะ...หมอไม่มียารักษาม้าม

ผมเขียนเรื่องม้ามบ่อย ด้วยมีแฟนคลับร้องขอประจำ ก็ต้องยืนยันซ้ำเดิมๆ ว่า ม้ามเป็นอวัยวะที่ไม่มียารักษา...ตับ ไต ไส้ พุง ปอด หัวใจ มียาให้กิน แต่กับม้ามไม่มี เป็นอะไรที่แปลกไหมล่ะ

ก็คงไม่ได้แปลกอะไร หากท่านจะทราบว่า...เรื่องของม้ามเป็นเรื่องใหม่ เท่าที่ผ่านมาเมื่อโลกมีการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม ความก้าวหน้าทางการแพทย์ก็เดินตามมาด้วย มนุษย์สามารถเห็นตัวเชื้อโรคได้ มันไต่มันดิ้นอยู่บนแผ่นกระจกโดยมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ หลุยส์ ปาสเตอร์ พบเชื้อไวรัสหมาบ้าเมื่อ 100 ปีก่อนฮือฮาไปทั้งโลก แล้วต่อมาพบว่าในลิง แมว สัตว์เลี้ยงบางชนิดมีเชื้อไวรัสตัวนี้เช่นกัน

ในองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในรอบศตวรรษผ่านมา มนุษย์สามารถรู้อะไรมากมาย สมองที่ว่ายากที่สุด ตอนนี้ก็รู้แล้ว อาจยังรู้ไม่หมดแต่ก็รู้มากขึ้น และมียารักษา...แต่กับเรื่องของไส้ติ่งและม้าม มนุษย์ยังจนปัญญาอยู่ ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าม้ามทำหน้าที่อะไร โดยเพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง แต่ยังหายามารักษาม้ามไม่ได้ และดูเหมือนว่าไม่มีผู้ผลิตยารายใดของโลกคิดอยากจะทำยารักษาม้ามเลย

จึงอยากเตือนว่าหากม้ามในช่องท้องท่านมีความผิดปกติ หมอจะไม่รอรีวิธีเดียวคือเฉือนม้ามทิ้ง เฉือนแล้วก็ไม่ได้นำไปต้มซุป เฉือนแล้วจับโยนลงถังขยะทันที

การตัดม้ามทิ้งเหมือนเป็นประเพณีปฏิบัติของแพทย์ หากพบว่าม้ามนั้นมีปัญหา การตัดม้ามทิ้งมีมาตั้งแต่หมอยังไม่รู้ว่าม้ามทำหน้าที่อะไร จึงตีความว่าม้ามเป็นอวัยวะไม่มีประโยชน์ ตัดทิ้งไปย่อมไม่มีผลต่อร่างกาย แม้วันนี้ทราบแล้วว่าม้ามทำอะไรให้ร่างกาย ก็ยังเฉือนทิ้งอยู่ดี เพราะไม่มีวิทยาการอะไรใช้รักษาม้าม...โดยทั่วไปมนุษย์เราจะไม่มีปัญหากับ ม้าม หรือม้ามก็จะไม่สร้างปัญหาให้เรา

ม้าม...เป็นอวัยวะที่ทนทาน มีอายุการใช้งานนาน แม้อวัยวะส่วนอื่นเกิดความเสียหาย แต่ม้ามมักคงอยู่กับเราจนลมหายใจสุดท้าย
สาเหตุของปัญหาจากม้าม ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ม้ามโดนกระทบกระแทกอย่างแรง

เช่น...การเกิดอุบัติเหตุต่างๆ รถชน หรือตกจากที่สูง และการเล่นกีฬาชนิดหนักๆ เช่นฟุตบอล ชกมวย

โดยเฉพาะการต่อสู้ในแม่ไม้มวยไทย เคยมีนักมวยโดนคู่ต่อสู้ออกอาวุธประเคนใส่จนม้ามแตกมาแล้ว การเตะถือว่าเป็นอันตรายต่อม้ามพอๆ กับการโดนเข่า หากนักมวยรายใด ปล่อยให้คู่ต่อสู้สาดแข้งเข้าใส่หรือเปิดช่องท้องให้แทงเข่า โดยไม่ปิดป้องเพราะทนเป็นเลิศจนได้รับฉายาสารพัดอย่างโก้เก๋

ความโง่อย่างนี้คือการฆ่าตัวตายโดยตั้งใจ หากต้องสูญเสียม้ามไป โดนหมอเฉือนม้ามทิ้งเมื่อใด เมื่อนั้น...เราจะสูญเสียระบบการทำงานที่สำคัญของร่างกายไป อย่างที่เอามันกลับมาไม่ได้อีก...ทันทีที่หมอกดคมมีดกรีดชิ้นม้าม เมื่อนั้นท่านจะเสียระบบการกรองเลือด

หน้าที่ของม้าม...มันช่วยในการกรองเลือดของเราให้สะอาด คิดว่ามันสำคัญไหมล่ะ...เซลล์เม็ดเลือดที่ตายแล้วจะผ่านเข้าไปที่ม้าม ม้ามก็จะกินซากเซลล์เม็ดเลือดเหลานั้นแล้วมันจะปล่อยสารที่สร้างสีเม็ด เลือดออกมาคือสีแดง ให้เข้าสู่ระบบไปไหลเวียนเลี้ยงร่างกาย

เมื่อไม่มีม้ามร่างกายจะเอาระบบที่ไหนมากรองเลือดให้ร่างกายได้ใช้ ก็คงไม่ต่างจากการดื่มน้ำสกปรกที่ไม่ผ่านการบำบัด อะไรจะเกิดขึ้น หรือ...? ในกระแสเลือดของเรามันก็จะเต็มไปด้วยขยะที่เรียกว่าการปนเปื้อน ซากเซลล์เม็ดเลือดที่หมดอายุการใช้งานจะลอยล่องไปตามกระแสเลือด แล้วไปก่อโรคกับอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งหากใครก็ตามที่สูญเสียม้ามไปแล้วเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา สาเหตุจึงมาจากในกระแสเลือดมีการปนเปื้อนนั่นเอง ถึงตอนนี้จึงเหมือนผีซ้ำด้ามพลอย จะรักษาโรคที่เป็นอยู่อย่างไรก็ไม่หายขาด

ยิ่งไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ยิ่งเหมือนพายเรือในอ่าง เพราะหมอรักษาไปตามอาการ ปวดหัวมืนงงเอาพาราเซตามอลไปกิน นอนไม่หลับก็ยื่นยากล่อมประสาทให้ บางรายปวดท้อง ท้องอืด จะถูกตีความว่ามีกรดในกระเพาะ หรือมีปัญหากรดไหลย้อน

หากเลือดเราเสียเมื่อไร เมื่อนั้นร่างกายจะเรรวน... ที่พูดมาอย่าคิดว่าคนเราจะสูญเสียม้ามจากอุบัติเหตุเท่านั้น หรือโดนเข่าโดนแข้งจนม้ามพัง ในการใช้ชีวิตปกติ เราก็ต้องดูแลม้ามให้ดีด้วย แม้ม้ามจะไม่เป็นอะไรง่ายๆ ในชีวิตหมอใบไม้ ก็ยังไม่เคยพบผู้ป่วยที่จู่ๆ มาบอกว่าปวดม้าม อยากให้ช่วยรักษาหน่อย เพราะทั่วไปก็ไม่ทราบว่าม้ามอยู่ตรงไหน จะพบเพียงว่าปวดท้องปวดไส้ ซึ่งในความเป็นจริงม้ามมันก็ป่วยได้ และถามว่ามีใครไหมไปพบแพทย์แล้ว ปวดท้องปวดเอว มีหมอคนไหนเคยลงความเห็นว่า ม้ามอักเสบ ถ้ามีช่วยพามาพบด้วย จะให้รางวัลอย่างงาม

ในความรู้ฝ่ายแพทย์แผนจีน...ม้ามเป็นอวัยวะควบคุมระบบเลือด...หมายถึงให้เลือดอยู่ในระเบียบวินัย

อาจจะงงๆ กันหน่อย...ว่าร่างกายมีระบบนี้ด้วยหรือ...อาจารย์ "หลี่ตงหยวน" ปรมาจารย์ผู้เลื่องชื่อ มีชีวิตอยู่ในช่วงราว ค.ศ.1215 ท่านเชี่ยวชาญชำนาญการเรื่องของม้าม จนวันนี้แพทย์จีนทุกคนยังต้องใช้ตำราท่านร่ำเรียน แม้กาลเวลาล่วงเลยมานานนักแล้ว

เมื่อหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดให้ร่างกาย หากไม่มีม้าม เลือดที่ส่งไปก็จะสะเปะสะปะ ไปไหนก็ไม่รู้...ม้ามนี่แหละที่ ควบคุม...สั่ง...ให้เลือดเข้าสู่เซลล์ ไปสู่อวัยวะต่างๆ ที่ต้องการเลือด...จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคนเราโดนตัดม้ามทิ้ง...หรือหากม้ามเกิดความผิดปกติ ใครมีเลือดกำเดาออกประจำ มีเลือดออกตามไรฟัน ทั้ง 2 อาการรักษาเท่าไรก็ไม่หาย ให้รู้ไว้ว่า ม้ามคุณมันพิกลพิการไปแล้ว เพราะม้ามควบคุมระเลือดไม่ได้ เลือดไปออกในส่วนที่เราไม่ต้องการ

ตามปกติ เราต่างทราบว่า การรับประทานผัก-ผลไม้เป็นประจำ สามารถยับยั้งอาการเลือดออกตามไรฟันได้ แต่มีหลายคน ก็ทำอย่างที่หมอบอก กินผัก-ผลไม้ไม่เคยขาด แต่เลือดก็ออกตามไรฟันตลอด และไม่มีใครทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่านี่ผลจากม้ามพิการ

เพราะหมอไม่รู้จักม้ามดีพอ ทั้งเราทั้งท่านก็ไม่เคยมีใครรู้เรื่องม้ามพิการ...คราวนี้มาถึงวิธีการดูแลม้าม

ต้องออกกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารบำรุงม้าม เช่นธัญญพืชไม่ขัดสี... สำหรับคนจีนเขากินมันเทศต้มขิง ใส่น้ำตาลทายแดง เราคนไทยก็กินพริกไทยไว้... ลูกเดือยนี่ก็ใช่ขนมอร่อยบำรุงม้าม ง่ายไหม...วิธีการดูแลม้าม และขอปรามาสเลยว่าคนส่วนใหญ่ไม่ทำหรอก วันนี้สถิติการออกกำลังกายของคนไทยต่ำ...นานแค่ไหนที่ท่านไม่ได้กินมันต้ม ขิง...ถามตัวเองดูหน่อย

ความรู้ทางแพทย์แผนจีน ให้ม้ามเป็น 1 ใน 5 อวัยวะสำคัญ ที่ต้องดูแลจริงจัง เพราะอวัยวะกลุ่มนี้ ดังศูนย์ควบคุมกลไกการทำงานของร่างกาย

หากม้ามมีปัญหา มันจะส่งผลถึงกระเพาะอาหาร การย่อยอาหารจะเรรวน ตับก็โดนด้วย ตับต้องทำงานหนักในการกำจัดของเสีย ในการเก็บเลือด เรื่องของม้ามยังอะไรที่ลึกซึ้ง และหลายอาการที่แสดงออกมา ไม่ใช่แค่เกาเลือดก็ไหล...เลือดออกตามไรฟัน อาการอื่นๆ ที่แพทย์แผนปัจจุบันตรวจไม่พบสาเหตุ ก็อาจมาจากม้ามนี่แหละ

ไปปฏิบัติซะแล้วม้ามในช่องท้องท่านจะแข็งแรง โดนแข้งโดนเข่ายังไงก็ทนได้นานขึ้น อย่าให้ต้องสูญเสียม้ามอันเป็นที่รักไปเป็นอันขาด เพราะแพทย์แผนปัจจุบันรักษาม้ามไม่ได้นอกจากเฉือนทิ้งประการเดียว สำหรับหมอใบไม้แม้เรื่องนี้สามารถช่วยได้ แต่ก็ไม่อยากเห็น อยากให้ทุกคนมีอวัยวะอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์...หากยังข้องใจเรื่องม้ามหรือ เรื่องใดๆ ในปัญหาสุขภาพ ก็โทร.มา 08-5151-8844

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2277329