โทษของการกินน้ำตาล กินเพลินๆ เชือดนิ่มๆ

โทษของการกินน้ำตาล กินเพลินๆ เชือดนิ่มๆ

โทษของการกินน้ำตาล กินเพลินๆ เชือดนิ่มๆ

โทษของการกินน้ำตาล กินเพลินๆ เชือดนิ่มๆ
ใครๆก็ชอบรับประทานอาหารที่มีรสชาติอร่อย กลมกล่อม โดยเฉพาะอาหารที่มี รสชาติหวาน แทบจะมีอยู่ในทุกมื้ออาหาร ขนม ผลไม้ ร่วมไปถึงเครื่องดื่ม ซึ่งเราอาจไม่ทันสังเกตุเลยว่า ภายใน 1 วัน ร่างกายของเราได้รับปริมาณน้ำตาลเท่าไร ซึ่งการรับประทานน้ำตาลในปริมาณมากเกินไปนั้น ส่งผลเสียหลายอย่างต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก
 

ความน่ากลัวของน้ำตาล คือ ความหวาน มนุษย์เราเสพติด ความหวาน

เวลาที่เราเครียดหรือสมองทำงานหนักๆ  ร่างกายของเราต้องการ ทานอาหารที่มีรสชาติหวาน บางทีรู้สึกอยากกินชอคโกแลต บางทีอยากชวนเพื่อนไปทาน ขนมเค้ก ชานมไข่มุข อร่อยๆ ซึ่งหลังจากทานทำให้ความเครียดลดลงเพราะ เมื่อเวลาเราเครียด สมองอ่อนล้า ร่างกายรู้สึกว่าอยากได้รับพลังงานไปเลี้ยงสมอง สมองถูกส่งไปบอกร่างกายว่า ต้องการน้ำตาล เราจึงมีความต้องการทานน้ำตาล เมื่อพอทานอาหารที่มีรสชาติหวานเข้าไปสมองรับรู้ถึงความหวาน จึงทำให้เราคิดไปเองว่า เราได้รับพลังงานแล้ว หายเครียด ยิ่งทำเช่นนี้บ่อยๆ ร่างกายของเรายิ่งเสพติดน้ำตาลมากขึ้น
 

โทษของน้ำตาล “โรคเบาหวาน” เป็นเพียงเเค่จุดเริ่มต้น

การรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่มากไปนั้น ไม่นำมาซึ่งเพียงโรคเบาหวาน น้ำตาลเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต โดยปกติจะพบน้ำตาลได้ในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ของหวาน ขนมปัง ธัญพืช ข้าว การกินน้ำตาลในปริมาณมากเกินไป จะทำให้ก่อเกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เสียงโรคซึมเศร้า เสียงไขมันพอกตับ เสี่ยงโรคมะเร็ง ทั้งมะเร็ง หลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ และทำให้ เซลล์เสื่อมสภาพ ใบหน้าแก่ก่อนวัย ส่วนวัยรุ่นก็จะทำให้ สิวขึ้นง่าย อีกด้วย
 
 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาหารพวกนี้ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เวลาทาน ปริมาณน้ำตาลกว่าที่เราคิด

  • ชานมไข่มุก > 11 ช้อนชา (350 มล)
  • น้ำอัดลม > 10 ช้อนชา (450 มล)
  • ไอศครีม > 6 ช้อนชา (1 โคน)
  • น้ำผลไม้ > 6 ช้อนชา (1 กล่อง)
  • เครื่องดื่มชูกำลัง 6 ช้อนชา (1 ขวด)
  • กล้วยบวชชี > 7 ช้อนชา (1 ถ้วย หรือ 220 กรัม)

เเล้วปริมาณที่เหมาะสม ต่อ 1 วัน คือเท่าไรล่ะ ?

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จึงแนะนำให้ผู้ใหญ่และเด็กบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม/วัน แต่วันนี้ทาง วันแบ่งตามช่วงอายุ และการทำกิจกรรมต่อวัน มาให้ด้วยค่ะ
 
  • เด็กอายุ 6-13 ปี  > ไม่เกิน 4 ช้อนชา
  • หญิงวัยทำงาน25-60 ปี >  ไม่เกิน 4 ช้อนชา
  • ผู้สูงอายุ60 ปีขึ้นไป >  ไม่เกิน 4 ช้อนชา
  • วัยรุ่นหญิง-ชาย 14-25 ปี >  ไม่เกิน 6 ช้อนชา
  • ชายวัยทำงาน 25-60 ปี >  ไม่เกิน 6 ช้อนชา
  • หญิง-ชาย ที่ใช้พลังงานมาก เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา >  ไม่เกิน 8 ช้อนชา
 

แค่ลดปริมาณน้ำตาล และควบคุมการกินสักหน่อย ชีวิตดีขึ้นเยอะ

เพียงเเค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในแต่ละวัน ให้ได้รับน้ำตาลอย่างเหมาะสม อย่างเช่น
 
  • หลีกเลี่ยงขนมหวาน หันมากินของว่างที่ดีต่อสุขภาพและไม่เติมน้ำตาล
  • ดื่มน้ำเปล่าหรือโซดาเปล่าแทนน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้
  • ลดการดื่มน้ำผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้ปั่นที่เติมน้ำตาล และรับประทานผลไม้สดแทน
  • เมื่อต้องการคาเฟอีน แนะนำให้ดื่มกาแฟดำ
  • ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำส้มสายชูเป็นน้ำสลัดแทนน้ำสลัดที่มักใส่น้ำตาล
  • เลือกใช้ซอสปรุงรสหรือครีมปรุงแต่งอาหาร อย่างซอสมะเขือเทศ ซอสพริก หรือเนยถั่วที่ไม่เติมน้ำตาล
  • ดูฉลากโภชนาการก่อนจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลเกิน 15 กรัมหรือ 3 ช้อนชา
  • แปรงฟันหรือบ้วนปาก หลังรับประทานขนมหวาน หรือ อาหารที่มีรสหวาน เพราะต่อมรับรสภายในช่องปากอาจจะทำให้อยากของหวานอีก
 

บทความจาก : https://www.mylucknursinghome.com
  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0