โลกวันนี้ ฮอทนิวส์

Subscribe to ฟีด โลกวันนี้ ฮอทนิวส์
ถูกปรับปรุง: 18 นาที 33 วินาที ก่อน

“ไทยพาณิชย์”รื้อโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่รับยุคดิจิตอล

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 18:45

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ใน 3 ปีนี้ หรือระหว่างปี 61-63 ธนาคารเตรียมปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทั้งแผนธุรกิจและบุคลากร โดยจะมีการปรับเปลี่ยนจากสาขาเดิมที่มีอยู่กว่า 1,100 สาขาไปเป็นศูนย์ธุรกิจ หรือบีซีเนส เซ็นเตอร์ ให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และทำให้เหลือสาขา 400 แห่งทั่วประเทศ ด้านบุคลากรจะไม่รับพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก และพนักงานเดิมของธนาคารจะทยอยลดลง เพราะที่ผ่านมาพนักงานลดลง 3,000 คนต่อปีอยู่แล้ว รวมทั้งจะปรับให้พนักงานไปทำงานร่วมกับศูนย์ธุรกิจ จากปัจจุบันมี 27,000 คน คาดว่าจะเหลือ 15,000 คน

ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงาน หรือไล่พนักงานออก เพื่อลดต้นทุนแต่อย่างใด แต่จะมีพนักงานที่ไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ลาออก ทำให้จำนวนพนักงานลดลง ส่วนที่เหลือจะมีการฝึกอบรม เสริมทักษะเพื่อไปทำงานในส่วนที่ธนาคารต้องการ อย่างไรก็ตามได้ชี้แจงต่อพนักงานธนาคารทุกคนแล้วว่าแผนดำเนินนโยบายต่อจากนี้คืออะไร ซึ่งพนักงานเองก็ยอมรับได้

สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจปี 61 จะเน้นเทคโนโลยีตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ภายใต้กลยุทธ์ “โกอิ้ง อัพไซส์ ดาวน์” (กลับหัวตีลังกา) ที่มีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพธนาคาร 2.ปล่อยสินเชื่อธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง 3.การดำเนินธุรกิจในโลกดิจิตอล 4.เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ข้อมูล 5.ธุรกิจรูปแบบใหม่

“ชูศักดิ์”จวกกรธ.เอื้อประโยชน์ให้ตั้งพรรคใหม่

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 18:30

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังคำแถลงของทั้งกรรมาธิการ (กมธ.) และผู้เกี่ยวข้องอ้างว่าการขยายเวลาออกไปเพื่อช่วยให้พรรคการเมืองจัดทำไพรมารีได้ทันเนื่องจากติดปัญหาคำสั่งที่ 53/2560 ที่ห้ามพรรคการเมืองจัดการประชุมใหญ่ และบางท่านพูดว่าบางเรื่องไม่สามารถพูดได้หมดฟังดูแล้วสับสน ยกสีข้างเข้าถู แทนที่จะปลดล็อกวันนี้ก็ให้ขยายไปอีก 90 วัน ซึ่งก็คือการขยับเลื่อนเวลาที่พรรคการเมืองเก่าจะทำกิจกรรมที่จำเป็นต่อการเลือกตั้งออกไปอีก 90 วันเนื่องจากคำสั่งที่ 53/2560 ข้อ 8 สาระสำคัญคือการจะปลดล็อกทางการเมืองเมื่อไรจะต้องให้ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับแล้ว ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองเก่าสามารถจัดประชุม จัดตั้งสาขาและทำขั้นตอนอื่นๆเพื่อทำไพรมารี่ได้ การขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปจึงมีนัยทางการเมืองชัดเจนว่าพรรคเก่าไม่ได้ประโยชน์ใดๆ เลยหรือไม่ ตราบใดที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ยังไม่มีผลใช้บังคับ ก็จะยังจะไม่มีการปลดล็อกทางการเมืองให้พรรคเก่าทำกิจกรรมได้

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในทางตรงข้ามการขยายเวลาออกไป 90 วัน พรรคที่จะจัดตั้งใหม่จะได้เวลาเพิ่มเข้าไปอีก ดังนั้นพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่สามารถรวบรวมคนเพื่อจัดตั้งพรรค จัดทำนโยบาย ข้อบังคับพรรคซึ่งรวมถึงการหาสมาชิก เตรียมการจัดตั้งสาขาพรรค ซึ่งอาจรวมถึงการหาเสียงล่วงหน้าไปได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2561 เป็นต้นไป เมื่อคำนวณเวลาที่ขยายการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีก 90 วัน พรรคที่จัดตั้งใหม่จึงมีเวลาดำเนินการถึงหนึ่งปี ขณะที่พรรคเดิมมีเวลาเพียง 90 วันนับแต่มีการปลดล็อกทางการเมือง เช่นนี้ กมธ. ยังจะอ้างว่าไม่มีนัยทางการเมืองได้อย่างไร

“มีข้อที่น่าสังเกตว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เป็นกฎหมายหนึ่งในสี่ฉบับที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าหากมีผลบังคับใช้แล้วต้องเลือกตั้งภายใน 150 วัน ซึ่งจะส่งผลให้การเลือกตั้งต้องมีขึ้นในราวเดือน พ.ย.61 การจัดทำกฎหมายนี้โดยเอาไว้ท้ายๆ และพ่วงด้วยการขยายเวลาบังคับใช้ อาจเป็นการสมคบคิดกันเพื่ออยู่ในตำแหน่งให้ยาวที่สุดหรือไม่คงจะปฏิเสธยากว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ไม่มีใบสั่ง หากอนุมัติกฎหมายไปเช่นนั้นก็พิสูจน์คำพูดลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะได้ชัดแจ้ง อยากจะดูว่า กรธ. จะเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้หรือไม่” นายชูศักดิ์ กล่าว

“นิคม”แนะโละสนช.ทิ้งเหตุไม่น่าเชื่อถือ-ทำภาพลักษณ์ประเทศเสีย

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 18:00

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไขระยะเวลาของการบังคับใช้กฎหมายเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า ประเทศนี้แปลกมาก มีกฎหมายแม่บทคือมีรัฐธรรมนูญแล้วแต่ใช้ไม่ได้ การอ้างว่าติดคำสั่งคสช.ไม่ใช่เหตุที่จะมาอ้างได้ เพราะเมื่อกฎหมายแม่วางแนวทางอย่างไรก็ไปทำกฎหมายลูกให้สอดคล้อง แต่ตอนนี้มีกฎหมายอื่นเหนือกฎหมายรัฐธรรมนูญอีก ดังนั้น ต้องแก้ที่ คสช. ซึ่งเป็นผู้ใช้มาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช. ไม่ใช่ สนช. มาแก้  

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้ภาพลักษณ์ของนายกฯ ขาดความน่าเชื่อถือด้วยหรือไม่ เพราะเคยประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 นายนิคมกล่าวว่า ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียไปเลย ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เฉพาะนายกฯ เท่านั้น  เวลาพูดออกไปก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด แต่เมื่อพูดออกไปแล้วคำพูดเป็นนายเรา สนช.กำลังจะทำให้นายกฯ เสีย เพราะประกาศไปทั่วว่าทำตามโรดแม็พ ดังนั้น สนช. ที่ตั้งมาต้องโละทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วเมื่อมีปัญหานี้ขึ้นมาควรหารือกับนายกฯ ว่าควรทำอย่างไร ต้องยกเลิกคำสั่ งคสช. เรื่องนี้เหมือนเป็นเส้นผมบังตา ดึงออกก็จะมองเห็นชัดเจน กรุณามองที่ต้นเหตุ

เจียไต๋-เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองครบรอบ 97 ปี

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 17:35

เครือเจริญโภคภัณฑ์จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลอง 97 ปีเจียไต๋-เครือเจริญโภคภัณฑ์โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายศุภชัยเจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 98 รูปพร้อมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เลี้ยงพระถวายปัจจัยไทยธรรม โดยมีท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานในพิธีสงฆ์และได้ประทานสัมโมทนียกถาพร้อมประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหารและพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือฯณอาคารซี.พี.ทาวเวอร์

“ฉัตรชัย”ยันไม่ใช่รัฐบาลขาลงเชื่อนายกฯทำตามโรดแม็พ

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 17:30

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการให้กำลังใจกันภายในรัฐบาล หลังมีกระแสโจมตีในหลายเรื่อง ว่า ทุกคนทำงานไปตามหน้าที่ ต้องตั้งหลักให้ดีและทำให้ถูกต้องก็เดินหน้าต่อ  เมื่อถามถึงกรณีที่บางฝ่ายวิจารณ์ว่าเป็นช่วงขาลงของรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า “ผมคิดว่าไม่ เราทำงานตามปกติ เวลาเราออกไปต่างจังหวัดแล้วนายกฯ ได้พบปะกับประชาชน ท่านดูยังมีกำลังใจดี”

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่ฝ่ายการเมืองมองว่าเหตุที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะเลื่อนกำหนดเวลาเริ่มบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไป เพราะต้องการสร้างความนิยมให้รัฐบาลที่อยู่ในช่วงขาลง พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าเป็นเรื่องของ สนช. ไม่เกี่ยวกับนายกฯ และเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะมีใบสั่งอะไร  เมื่อถามย้ำว่า สนช. คิดแทนรัฐบาล และ คสช. ที่จะให้รัฐบาลทำงานอยู่ต่อ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ 

ต่อข้อถามว่าช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลจะทำให้ประชาชนมีความสุขได้หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า นายกฯพูดยืนยันทุกครั้งว่าจะทำตามโรดแม็พ และเชื่อมั่นว่านายกฯจะเดินตามโรดแม็พเวลานี้ ครม. ตั้งใจทำงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่หน้าที่ตำแหน่งใด นายกฯสั่งงานทุกวัน รัฐมนตรีก็ทำงานทุกวันตามที่นายกฯพูดเพื่อให้ประเทศชาติไปสู่จุดที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่ารู้สึกหรือไม่ว่ากองหนุนของรัฐบาลน้อยลง พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่น้อย เรื่องนี้ไปตีความได้หลายอย่าง ขอย้ำว่านายกฯมุ่งมั่นทำงาน และประชาชนในภูมิภาคตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนที่มีข้อสังเกตว่านักการเมืองในภูมิภาคดูเหมือนจะส่งสัญญาณสนับสนุนรัฐบาลนั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยคุยกับนักการเมือง

“มิตซูบิชิ อีเล็คทริค”เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอินเวอร์เตอร์

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 17:06

นายยาซุชิ โมริยามะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า “นโยบายการดำเนินธุรกิจและแผนธุรกิจในปี พ.ศ. 2561 ภายใต้ยุทธศาสตร์เชิงรุกตลอดทั้งปี จะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค  นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ด้วยเทคโนโลยี     ล้ำสมัย ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามปรัชญาดำเนินธุรกิจ “Changes for the Better” หรือ “การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” และในวาระก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในทิศทางเดียวกับบริษัทแม่ (ประเทศญี่ปุ่น) และกลุ่มโรงงานมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ในประเทศไทย โดยเน้นการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ และให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านผลิตภัณฑ์ กิจกรรมต่างๆ รวมถึงการบริการ  หลังการขายแบบครบวงจร  เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของสังคมไทยให้ดีขึ้น ตลอดจนการปลูกจิตสำนึกธรรมาภิบาล      ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้วิสัยทัศน์ ECO Changes”

“ขณะเดียวกัน ในปี 2563 บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์เปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ครบรอบ 100 ปีแห่งการประกอบการ โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวมให้ได้สูงกว่า 5 ล้านล้านเยน  โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งและขยายธุรกิจออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง  สำหรับตลาดในประเทศไทย มุ่งเน้นส่งเสริมกลยุทธ์สร้างความเติบโตในกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเล็งเห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางของเอเชียที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

“ด้านสถานการณ์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านปี 2561 จากปัจจัยบวกต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจ อาทิ    การเติบโตของ GDP ที่คาดการณ์ว่าจะโตขึ้นมากกว่า 4%  มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน  รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น  ทำให้บริษัทฯ คาดว่าภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น

ปัจจุบันตลาดมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ผู้เล่นในตลาดมองหากลยุทธ์ต่างๆ มาใช้ในการแข่งขัน ทั้งการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์ใหม่  การจัดแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย  มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ให้ได้มากที่สุด  บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง โดยการันตีความเป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน ด้วยรางวัล “17th Year of Thailand’s Most Admired Brand 2017” (จากผลสำรวจทั่วประเทศโดยนิตยสาร BrandAge) พร้อมกับการสร้าง“คุณค่า” ของแบรนด์และมุ่งมั่น    ในการเป็นองค์กรที่ดี รับผิดชอบต่อสังคม สร้างความสุขให้กับสังคมไทยในทุกครัวเรือน”

“สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม ในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงสานต่อกิจกรรมปั่น Slow life ใส่ใจสิ่งแวดล้อม  เมืองต้องห้ามพลาด 5 ภาค 5 จังหวัด ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น”

นายประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด    กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศในปี 2560 มียอดขายลดลงประมาณ 10% (เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา) โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการในปีงบประมาณ 2560 ของบริษัทฯ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.นี้ จะสามารถทำได้   ตามเป้าหมายที่วางไว้มากกว่า 13,500 ล้านบาท”

“ในด้านบริการหลังการขาย บริษัทฯ มุ่งพัฒนาการสื่อสารผ่านระบบดิจิตอล ซึ่งมีบทบาทมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าเดิม และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

เพราะการบริการหลังการขายถือเป็นหัวใจแห่งความสำเร็จ ที่ช่วยสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ในระยะยาว บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารภายใต้แนวคิด THINK 360◦ อาทิ พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรผ่าน Mobile Application (MITSUBISHI ELECTRIC Air-Conditioner Technician Application) และสร้างกลุ่มไลน์ช่างเทคนิค (Line@ คู่หู       ช่างแอร์ Mr.SLIM)  เพื่อแจ้งข่าวสาร  ข้อมูลความรู้  และให้คำปรึกษาเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น ตลอดจนเดินสายจัดกิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้ช่างเทคนิคทั่วประเทศ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้ขยายช่องทางเพิ่มความสะดวกในการบริการหน้าร้าน ด้วยการขยายสาขาศูนย์บริการ  มิตซูบิชิ อีเล็คทริค และศูนย์บริการแต่งตั้ง รวมถึงศูนย์ขายอะไหล่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และบริการผ่านช่องทาง

ออนไลน์ด้วยการเปิดระบบสั่งซื้ออะไหล่ผ่าน www.mkysparepart.com  เพื่อรองรับการสั่งซื้อจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ทั่วประเทศ

สำหรับลูกค้าโครงการและภาคธุรกิจ ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดศูนย์ให้บริการ “สำนักงานสนับสนุนลูกค้าโครงการระบบปรับอากาศซิตี้มัลติ” ครบทั้ง 4 สาขาตามเป็นหมายที่วางไว้  ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี และอุดรธานี และในปี 2018 ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ หาดใหญ่ และอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

“นอกจากพัฒนาการบริการในด้านต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่  เพื่อร่วมสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้อง  อาทิ ขยายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น ในการอบรมพัฒนาหลักสูตรต่างๆ เพื่อผลิตนักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง  นับเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับวงการอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นและระบบ   ปรับอากาศ เพื่อให้มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นแบรนด์ที่มีคุณค่า และเคียงข้างสังคมไทยตลอดไป”

นายอนันต์ บรรเจิดธรรม กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ  อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด  เปิดเผยว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป และมีการแข่งขัน  อย่างรุนแรงในตลาด ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่เรายังคงมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน  โดยให้ความสำคัญกับ “ผลิตภัณฑ์คุณภาพ  ความปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง” เพราะเราคิด…จากชีวิตคุณ

โดยในปี 2561 ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีความเย็น The Cooling Master เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ พัฒนาเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ที่เน้นนวัตกรรม ประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าไฟ และมาพร้อมคุณภาพที่เหนือกว่า”

“เครื่องปรับอากาศ ไฮไลท์อยู่ที่ “JP Series” (Standard INVERTER) เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ดีไซน์สวยสะดุดตา ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ  คุ้มค่าและประหยัดพลังงาน พร้อมด้วย Dual Barrier Coating ลดการเกาะติดของฝุ่นและละอองน้ำมัน ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้  ด้านเครื่องปรับอากาศ เชิงพาณิชย์ ระบบอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ “PLY Series” ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี 3D Move-eye Human Sensor    พร้อมดีไซน์เรียบหรู เพื่อรุกตลาดอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย อย่างต่อเนื่อง

ใหม่ ตู้เย็นแบบ 4 ประตู รุ่น  ”LX Grande” ระบบ Neuro Inverter สะท้อนความหรูหราผ่านดีไซน์       หน้าบานประตูกระจกนิรภัย นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด “Super Cool Chilling” ที่ใส่ใจในความสดอร่อยของอาหาร      เก็บรักษาอาหารภายใต้ความเย็นเฉียบ 0 ถึง -3 องศา พร้อมปรุงได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาทำละลาย  พร้อมด้วย  “Easy Clean Auto Ice Maker” ระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค และช่องแช่ผักแบบลิ้นชักแยกอิสระพร้อมแสงสีส้มที่ช่วยคงความสดของผักและผลไม้ได้ยาวนาน ประหยัดพลังงานด้วยระบบ Neuro Inverter”

“ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการตลาดแบบ 360◦ โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และภาพยนตร์โฆษณา   ชุด “7 DAYS : จะวันไหน…เราก็คิดจากชีวิตคุณ”  สื่อถึงมุมมองความคิด อารมณ์ และความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน  แต่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกในแต่ละวัน จึงทำให้         การใช้ชีวิตสะดวกสบายและมีความสุขมากขึ้น  ซึ่งปีนี้ คุณโป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ยังคงเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่มีทั้งความสมาร์ท เก่ง มั่นใจ และใส่ใจที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์มิตซูบิชิ  อีเล็คทริค เป็นปีที่ 4

“ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการตลาดด้าน  Digital Marketing มากขึ้น  เพราะปัจจุบัน  มีผู้คนใช้งานอินเทอร์เน็ตเกินกว่าครึ่งประเทศ และมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตามแม้เทคโนโลยีต่างๆ และ  สื่อโซเชียลมีเดียจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น แต่การบริการหลังการขายที่น่าประทับใจก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญ           ที่จะช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ  บริษัทฯ จึงเตรียมบริการหลังการขายที่ดีไว้ให้ลูกค้าเสมอ  ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านหรือผ่านสังคมออนไลน์  โดยบริษัทฯ เดินหน้ายกระดับการสื่อสารให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มที่สำคัญเพื่อรองรับ   พฤติกรรมการเปิดรับสื่อของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่”

“มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยังคงยึดถือนโยบายการทำตลาดที่ชัดเจน โดยเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก   พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีความเย็น เดินหน้าแคมเปญการตลาดอย่างเต็มรูปแบบทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และขยายการรับรู้แบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Sport Marketing  ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก “บางกอกกลาส เอฟซี” ในฤดูกาล 2561 นี้  เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้ร่วมทำกิจกรรมกับสโมสรนักเตะดาวดัง

ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ได้ใช้งบประมาณทางการตลาด ด้านโฆษณาและส่งเสริมการขายกว่า1,040 ล้านบาท   โดยเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะดำเนินอย่างเข้มข้นในปีนี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้มากกว่า 14,500 ล้านบาท ในปี 2561 ได้อย่างแน่นอน”

“บิ๊กตู่”ปัดทุ่มงบซื้ออาวุธยันไทยจำเป็นต้องพัฒนากำลังรบให้พร้อมทุกด้าน

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 17:00

ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผู้บริหารส่วนราชการกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ : One Country One Team” ให้แก่ผู้บริหารระดับสูง โดยมีระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพและนายทหารระดับสูงเข้าร่วมด้วย โดยยืนยันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านความมั่นคง ตนเห็นหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อว่าประเทศไทยควรมุ่งเน้นเรื่องสงครามโซเชียลมีเดียมากกว่าการพัฒนาด้านกำลังรบ ตนคิดว่าอันตรายมาก

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เรามีเส้นเขตแดนกว่า 5 พันกิโลเมตร หากไม่พัฒนาด้านกำลังรบจะเอาอะไรมาดูแลเพื่อให้มีศักยภาพกับสงครามตรงนี้ เราไม่ได้ต้องการรบกับใคร แต่ก็ไม่ต้องการให้ใครมาละเมิดอธิปไตยของเราที่มีชีวิตของประชาชน ชีวิตของทหาร แล้วมาพูดอย่างนี้ ตนว่ามันเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จำเป็นต้องพร้อมทุกอย่างเพราะเราไม่รู้ในโลกจะเกิดอะไรขึ้น และเราต้องติดตามข่าวต่างประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนด้วย ไม่เช่นนั้นจะถูกชักจูงไปกันหมดว่าจะเอางบประมาณมาทุ่มเทให้ตรงนี้อย่างเดียว ทั้งที่ประชาชนยังเดือดร้อน ตนก็ไม่รู้ว่าอย่างอื่นไม่สำคัญเลยหรือ

“ส่วนตัวผมไม่เคยไปวิ่งเต้นกับใครเพื่อขอตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นนาย หรือใครจะทะเลาะกับใคร แต่ผมก็ทำงานของผม ความผูกพัน อยู่ที่ว่าจะรักเราหรือไม่รักเรา เราต้องมีศักดิ์ศรีในการทำงาน แม้เราจะได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าคนในองค์กรไม่รักเรา แล้วเราจะอยู่อย่างไร นั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายไปทั้งองค์กร ข้าราชการจะต้องทำให้ลูกน้องภูมิใจในตัวท่าน สร้างศักดิ์ศรีให้ตัวเอง อย่างที่ผมสั่งงานไปเยอะแยะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพราะถ้าไม่สั่งทุกอย่างก็จะเดินไปไม่ได้” นายกฯ กล่าว

“ทวีศักดิ์”ระบุยืดเวลาเลือกตั้งกันครหาใช้ม.44พร่ำเพรื่อ

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 16:30

ที่รัฐสภา นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า เหตุผลที่คณะกรรมาธิการฯ แก้ไขระยะเวลาของการบังคับใช้กฎหมายเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 ออกมา ซึ่งประกาศคสช.ฉบับดังกล่าวมีผลในเรื่องระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ส่งผลให้พรรคการเมืองจะสามารถเริ่มดำเนินการทางการเมืองได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2561 และพรรคการเมืองใหม่จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2561 ดังนั้น ถ้าให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีจะทำให้ต้องเริ่มนับ 150 วันไปสู่การเลือกตั้งทันที ซึ่งถ้ายังไม่ได้เปิดกติกาให้พรรคการเมืองได้ดำเนินการก็จะเป็นผลเสียต่อพรรคการเมือง

“สมมติว่าพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มีผลในวันรุ่งขึ้นหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ผ่านไป 2 เดือนแล้วยังไม่ได้ให้พรรคการเมืองประชุมพรรค พรรคการเมืองก็จะเหลือเวลา 90 วัน โดยคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องสังกัดพรรคการเมือง 90 วัน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทันที และยังไม่นับเรื่องของเวลาในการทำไพรมารีโหวตด้วย”

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลายคนบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเรื่องเวลา ถ้ามีปัญหาก็ใช้มาตรา 44 แต่ถ้าไปถึงตรงนั้น ทั้งเราและ คสช. จะถูกตำหนิอีกว่า รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาทำไมถึงไม่ทำ แต่กลับไปใช้มาตรา 44 ซึ่งจะถูกวิจารณ์อีกว่าใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ ดังนั้น การดำเนินการของกรรมาธิการฯ เป็นไปด้วยเหตุผล ไม่ใช่เรื่องไปรับอะไรมา ยืนยันว่าไม่มีไฟเขียวอะไรจาก คสช. ส่วนประเด็นทางการเมืองนั้นคงต้องไปถามกับคนที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม นอกจากสาระสำคัญในมาตรา 2 ที่กรรมาธิการฯ แก้ไขแล้ว 

นายทวีศักดิ์ กล่าวถึงกรณีเสนอแปรญัตติมาตรา 2 ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยจึงขอสงวนความเห็นเพื่ออภิปรายในที่ประชุม สนช.ว่า มีกฎหมายหลายฉบับที่สนช.ออกไปและสุดท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถปฏิบัติตามได้เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ จึงต้องไปขอให้ คสช. มีคำสั่งขยายเวลา ซึ่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เช่นกัน หากจะขยายเวลาก็ควรให้เพียงพอที่พรรคการเมืองต่างๆ จะเตรียมตัวได้ทัน ตนจึงเห็นว่า ระยะเวลา 120 วันนั้นน่าจะเพียงพอที่จะไม่ต้องให้ คสช. ใช้อำนาจเพื่อมาแก้ไขปัญหาอีก

“ความจริงแล้วน่าจะขยายเวลาไป 6 เดือนหรือ 180 วัน แต่ยังไม่มีใครเสนอ จึงเอาแค่ 120 วัน ทั้งนี้ การประชุมวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 25 ม.ค.นั้น ผมจะอภิปรายถึงความจำเป็นว่าทำไมต้องขยายเวลาออกไป 120 วัน แต่สุดท้ายแล้วจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.” นายทวีศักดิ์กล่าว
               
ยังมีสาระสำคัญในมาตราอื่นๆ ที่กรรมาธิการฯ ปรับปรุงแก้ไขจากร่างเดิมของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ด้วย อาทิ มาตรา 15 กรณีมีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ให้สามารถจัดการเลือกตั้งภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ให้ กกต. ลงคะแนน 2 ใน 3 ของที่มีอยู่ทั้งหมด หรือตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปจากจำนวน 7 คน กำหนดให้มีวันเลือกตั้งใหม่ จากเดิมที่กรธ.เสนอมาให้ใช้เสียงกกต. 2 ใน 3 เท่านั้น 

นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตราที่สำคัญคือ มาตรา 35 การเพิ่มการถูกจำกัดสิทธิแก่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กรธ. เสนอว่าไม่ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส. การตัดสิทธิการลงสมัคร ส.ส. และสภาท้องถิ่น การตัดสิทธิลงสมัครกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น เพิ่มเป็นการตัดสิทธิการสมัครเข้ารับราชการ พนักงาน ลูกจ้างสังกัดรัฐสภา การตัดสิทธิการได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง การตัดสิทธิการได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บริหาร ผู้ช่วย และที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น โดยมีกำหนดการตัดสิทธิ์เป็นเวลา 2 ปี  มาตรา 46 และมาตรา 59 การแก้ไขไม่ให้คืนเงินค่าสมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อจำนวน 10,000 บาท แก่ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 5 ของผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนน ซึ่งเดิม กรธ. เสนอให้คืนเงินค่าสมัครแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเกินร้อยละ 5 เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในขั้นตอนธุรการ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการคืนเงินค่าสมัคร สำหรับมาตรา 64 การกำหนดค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งของ ส.ส. และพรรคการเมือง ให้ กกต. หารือกับพรรคการเมืองเพื่อกำหนดค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับความจำเป็นและสภาวะเศรษฐกิจทุก 4 ปี โดยกำหนดให้ค่าใช้จ่ายการหาเสียงของพรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส.เขต ต้องใช้เท่ากันทุกพรรค จากเดิมที่ไม่ได้กำหนด มาตรา 72 การหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ให้ยุติในเวลา 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน เหมือนการหาเสียงด้วยวิธีอื่นๆ จากเดิมที่กำหนดให้ยุติหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนวันเลือกตั้ง 3 วัน

นายทวีศักดิ์ กล่าวด้วยว่า มาตรา 74 การกำหนดให้การสำรวจความเห็นประชาชนโดยมีเจตนาไม่สุจริตอันมีลักษณะชี้นำต่อการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชนไม่สามารถทำได้ เพื่อเพิ่มการคุ้มครองแก่สำนักโพลต่างๆ ให้สามารถทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนได้ มาตรา 75 ให้จัดแสดงมหรสพ งานรื่นเริง ระหว่างการหาเสียงได้ มาตรา 77 การห้ามผู้สมัครจัดยานพาหนะขนคนไปลงคะแนนและนำกลับจากสถานที่เลือกตั้งเพื่อการออกเสียงลงคะแนนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มาตรา 82 ให้กกต.สนับสนุนการโฆษณาหาเสียงแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง โดยอาจจัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ (ดีเบต) ของพรรคการเมือง จากเดิมที่เสนอให้สนับสนุนการหาเสียงแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว มาตรา 87 การขยายเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งเป็น 07.00-17.00  น. จากเดิมเวลา 08.00-16.00 น. และมาตรา 129 การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่กรรมาธิการฯ คงไว้ตามหลักการเดิมที่ กรธ. เสนอมา เพียงแต่เพิ่มเติมข้อความให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการตีความการคิดคะแนนได้หลายวิธี

ม.ขอนแก่นจัดนิทรรศการ“เปลือกหอย”ใหญ่สุดในอีสาน

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 16:29

“หอย”สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังจำนวนมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากแมลง มีความเกี่ยวพัน เชื่อมโยงกับมนุษย์อย่างน่าอัศจรรย์ อาทิ ด้านประเพณีความเชื่อ รดน้ำสังข์  ด้านภูมิศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงภาวะโลกร้อน  ด้านเศรษฐศาสตร์ ใช้เป็นเบี้ยเพื่อการแลกเปลี่ยนสินค้า  หรือนำมาเพื่อบริโภค แต่ขณะเดียวกันหอยบางชนิดกำลังพบวิกฤติอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธ์ เช่น หอยมือเสือ หอยตลับ (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,2556) เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยเครือข่าย เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้แก่เยาวชน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ที่สามารถหาชมเปลือกหอยค่อนข้างยาก ภายใต้การจัดแสดงนิทรรศการ “เปลือกหอย” นับเป็นนิทรรศการการแสดงเปลือกหอยใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

นายจอม  ปัทมคันธิน  ทายาทเจ้าของพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย ที่หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการสะสมหอย เกิดจากความสงสัยส่วนตนเกี่ยวกับความงามของเปลือกหอย กระทั่งเริ่มสะสมมาเรื่อยๆ จึงพบความหมายในคำถามนั้น เมื่อจำนวนเปลือกหอยเพิ่มมากขึ้น จึงจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้ชาวต่างชาติชม ซึ่งเป็นที่นิยมมาก และขยายผลสู่สถาบันศึกษา ซึ่งนับว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแห่งแรกที่ นำเปลือกหอยมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ซึ่งมีมูลค่าสูงมาก โดยเล็งเห็นว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของภาคอีสาน ภายใต้จุดประสงค์หลักคือ ปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ อยู่อาศัยกันอย่างพึ่งพาและเกื้อกูลกัน
“จุดเด่นของนิทรรศการเปลือกหอย คือ ความสวยงามของเปลือกหอยทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เปลือกหอยทะเล เปลือกหอยบก และเปลือกหอยน้ำจืด ซึ่งหอยในต่างประเทศไม่สวยงามเท่าบ้านเรา ด้วยเนื่องจากสภาพอากาศที่แตกต่าง จึงทำให้ชาวต่างชาติบินมาดูหอยที่ประเทศของเรา”

ผศ.พงษ์รัตน์ ดำรงโรจน์วัฒนา ภาควิชาชีววิทยา เครือข่ายสถาบันการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา  กล่าวถึงความน่าสนใจของหอยว่า  หอยมีความเกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์มนุษย์ในหลายมิติ เช่น ด้านขนบธรรมเนียม ในพิธีมงคลสมรสมักมีการรดน้ำคู่บ่าวสาวด้วยหอยสังข์  ด้านประวัติศาสตร์สร้างผังเมืองโบราณด้วยเปลือกหอย ด้านภูมิศาสตร์ พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงภาวะโลกร้อนด้วยหอย  ด้านประชากรศาสตร์สามารถทราบถึงการเคลื่อนย้ายของถิ่นฐานมนุษย์ยุคก่อนตามบริเวณริมน้ำ  ด้านเศรษฐศาสตร์ใช้เป็นเบี้ย แลกเปลี่ยนแทนเงินสมัยพ่อขุนรามคำแหง  ด้านสาธารณสุข หอยบางชนิดเป็นยารักษาโรค และด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การวัดค่าน้ำเสีย ได้จากการดูจำนวนหอยบางชนิดในแม่น้ำนั้น  นับว่าผูกพันกับชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย

ดร.กรอร วงษ์กำแหง ภาควิชาสัตววิทยา เครือข่ายสถาบันการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กล่าวถึงสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนในการจัดแสดง การจัดนิทรรศการครั้งนี้ แสดงความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งไม่สามารถประเมินมูลค่าได้  แสดงถึงความมั่นคงและความอุดมสมบูรณ์ของชาติไทย  นิทรรศการหอยจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือในการเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้เยาวชนเห็นคุณค่าเกิดการศึกษาสิ่งมีชีวิต เพื่อให้เข้าใจ เข้าใจ และพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่และใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า  ทำให้ประเทศชาติ มีภาวะเข้มแข็ง ดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน

ผศ.เพ็ญประภา เพชระบูรณิน ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น  กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพ.สธ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2559 เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมวัสดุอุเทศ  แสดงนิทรรศการและเผยแพร่ความรู้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ศึกษาธรรมชาติวิทยาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภายในได้จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติวิทยา นับตั้งแต่การกำเนิดโลกสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ นำเสนอในรูปแบบที่แปลกใหม่ โดยผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่เยาวชนและประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างแท้จริง
“การจัดนิทรรศการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ประชาชนทราบถึงคุณค่าและความสำคัญของเปลือกหอย ตลอดจนเพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับหอยในทุกประเภท อาทิ หอยทะเล หอยบก หอยน้ำจืด พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในนามตัวแทนมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องขอขอบพระคุณ คุณจอม ปัทมคันธิน เจ้าของพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยภูเก็ต ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้งสองแห่ง ที่บริจาคเปลือกหอย และส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มองลึกลงไปในคุณค่าของสิ่งมีชีวิตและสนใจความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น”
นิทรรศการเปลือกหอย สามารถรับชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา”  อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่ 123 ริมบึงสีฐานฝั่งทิศตะวันตก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40002 หมายเลขติดต่อ 0-4300-9700 ต่อ 45596 หรือเว็บไซต์ http://rspg.kku.ac.th   และ facebook: พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำหรับอัตราค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท นักเรียน/นักศึกษา 20 บาทผู้ใหญ่ 40 บาท

“อภิสิทธิ์”แฉมีพรายกระซิบเลื่อนเลือกตั้ง

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 16:00

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน หลังจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า ทราบเรื่องนี้มาล่วงหน้า 2 สัปดาห์แล้ว เพราะมีคนมากระซิบบอกว่า เขาอยากจะเลื่อนเลือกตั้งโดยวิธีดังกล่าว ตนจึงบอกคนที่มากระซิบข่าวนี้ว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญบังคับใช้ให้มีผลใน 150 วัน แต่พอมาเปิดรัฐธรรมนูญดูในภายหลังก็พบความจริงว่า มีการระบุว่า ให้นับจากวันบังคับใช้ ไม่ได้นับจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษา ตนจึงเชื่อคนที่มากระซิบบอกข่าวว่า เรื่องนี้คงจะจริง แต่ตนไม่กล้าจะพูดอะไรก่อน เพียงแต่เข้าใจว่าฝ่ายที่อยากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปคงจะหาช่องทาง แล้วเขาก็พบช่องทางนี้

“ถ้ามีคนถามว่า ผมรู้ล่วงหน้ามา 2 สัปดาห์แล้วทำไมถึงไม่พูด ก็เพราะว่าไม่ได้มีใครมาถาม ซึ่งผมจะไปพูดก่อนก็ไม่ได้ จะเป็นการกล่าวหาการทำงานของเขาทั้งที่ยังไม่มีมูล แต่ผมยืนยันว่ามีพยานที่ฟังอยู่ด้วย และก็ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการฯทราบมานานแค่ไหนว่ามีช่องทางนี้เพื่อเลื่อนเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาหากมีการพูดถึงการเลื่อนเลือกตั้งก็จะมองว่า อาจจะมีกฎคว่ำกฎหมายหรือไม่ ไม่เคยมีใครพูดถึงช่องทางนี้  ซึ่งพอมีข่าวเรื่องนี้มาก็มีคนออกมาปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เป็นไปตามข่าวที่ออกมา จึงมีขั้นตอนที่ผิดปกติไม่เป็นธรรมชาติอยู่หลายอย่าง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาขณะนี้ก็เพราะว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจยังไม่ปลดล็อก ดังนั้นทั้งหมดจึงไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ป.ส.ส. หรือ พ.ร.ป. พรรคการเมือง แต่พัวพันอยู่กับการไม่ปลดล็อก อย่างไรก็ตาม เท่าที่ตนมองนั้น ไม่เห็นว่าการยืดเวลาออกไปจะเกิดประโยชน์หรือแก้ปัญหานี้ได้ ในทางตรงข้ามการเลื่อนออกไปแบบไม่มีความชัดเจนกลับกลายเป็นว่าจะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้มีความขัดแย้งวุ่นวาย เพราะถ้าการเลื่อนเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่ผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง จะอันตรายมาก เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามจะขจัดออกไปโดยการปฏิรูป

“พลภูมิ”แนะผู้มีอำนาจทบทวนตัวเองหลังโพลหนุนนายกฯมาจากเลือกตั้ง

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 15:30

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ร้อยละ 70.6 เห็นว่านายกฯควรมาจากการเลือกตั้ง ว่า เป็นการสะท้อนชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเลือกผู้บริหารประเทศเอง ไม่ยอมรับคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ หรือใครที่อยากเข้ามาอยู่ในอำนาจต่อต้องทบทวนเรื่องนี้ให้ดี และเรื่องนี้ก็มีนัยชี้ให้เห็นว่าประชาชนเห็นว่าการเลือกตั้งคือหัวใจของโอกาสวันข้างหน้า ที่สำคัญการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดว่า ประชาชนมอบความไว้วางใจให้ใคร กติกาที่เป็นธรรมก็สำคัญ สุดท้ายหากฝ่ายท่านต้องการเข้ามามีอำนาจ ก็ควรให้ประชาชนเป็นผู้เลือก จึงจะสง่างามมากกว่า 

นายพลภูมิ กล่าวอีกว่า ส่วนที่นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นระบุประชาชนร้อยละ 42 มองภาพรวมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใน ครม. สนช. สปท. ไม่ค่อยมีจริยธรรมนั้น เมื่อพวกท่านเข้ามาโดยระบุนักการเมืองไม่ดี ต้องการเข้ามาปฏิรูป ก็ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ใช่ปล่อยให้ความไว้วางใจของประชาชนลดลงเช่นนี้ เมื่อประชาชนตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมก็ต้องชี้แจงให้ได้ ไม่ใช่ว่าแต่เขาอีเหนาเป็นเองแบบนี้

นายกฯสั่งทุกกระทรวงโต้กลับข่าวบิดเบือนในโซเชียล

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 15:09

ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนานักบริหารระดับสูงเพื่อการบูรณาการการพัฒนาประเทศไทย 4.0 และการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ผู้บริหารส่วนราชการกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ : One Country One Team” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า 

“ผมพูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วแต่ยังมีคนไม่เข้าใจ หาว่าดีที่พูด แล้วที่ดีแต่ทำเยอะแยะไปหมด ไปหามาให้ได้ ทุกกระทรวงทำอะไรไปแล้วบ้าง ถ้าประชาชนไม่เข้าใจ แล้วใครไม่หวังดีออกมาพูดโจมตีทุกวัน เป็นหน้าที่ของใครกระทรวงไหน เดี๋ยวผมจะตรวจสอบว่าชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วหรือยัง อย่าไปปล่อยเขา ถ้าคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริงแล้วไม่ชี้แจงไม่ได้ ยุคสมัยนี้เป็นยุคของโซเชียลมีเดีย พูดให้ตายแต่โซเชียลมีเดียออกมาผิดก็ผิดเลย ชี้แจงช้าก็จบ เพราะคนเชื่อไปแล้ว ชี้แจงที่หลักก็จะกลายเป็นแก้ตัว และต้องตามแก้ไขปัญหาทุกวันเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งไม่สนใจ ทุกหน่วยงานต้องแก้ไข ผมตามดูทุกอันถ้าไม่ดูก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นบ้างในสังคมวันนี้ ทำงานทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนองคาพยพไปข้างหน้าให้ได้ ต้องการแค่นี้ไม่ต้องการให้ใครมารักแต่ทุกคนต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ทุกคนต้องมีทัศนคติที่เหมาะสม ใครทัศนคติไม่ดีถือว่ายังพัฒนาตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ชอบตน รัฐบาล และ คสช. ก็อย่าไม่ชอบประเทศและหน่วยงานราชการของตัวเอง ตนไม่ได้บอกว่าทำได้ดีที่สุด วันหน้าใครเข้ามาอาจจะทำได้ดี เมื่อถึงเวลานั้นต้องเปรียบเทียบมาก่อนหน้าที่ตนมาและวันหน้าที่ใครมามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง ตนไม่ได้โกรธอะไรใคร และขออย่ามาเอาใจ ซึ่งรู้ว่าประเพณีไทยอยากมาหานายเพื่อมอบของขวัญปีใหม่และมาทานข้าว แต่ขอให้กับภรรยาที่บ้าน เสียเวลาขอให้ต่างคนต่างทำงานของตนเองไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาทุจริตต้องใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมและองค์กรสระเพื่อตรวจสอบ ดังนั้นทุกคนต้องเชื่อมั่นในองค์กรเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะต้ดสินด้วยวิธีและจะเชื่อใครอีก และที่บอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ยอมรับการตรวจสอบไม่ใช่เรื่องจริง เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก็เข้ามาตรวจสอบทั้งหมด หากชี้แจงได้ก็จบ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งย้ำว่าตนเองไม่เคยสั่ง และจะบอกว่าเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไร เพราะไม่ได้ตัดสินเพียงคนเดียวแต่ตัดสินเป็นองค์คณะ และตนเองไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ และประชาชนยังไม่ทราบว่า ยังมีข้าราชการถูกฟ้องระนาวและขึ้นโรงขึ้นศาล โดยตนเองต้องเซ็นทุกอาทิตย์ ดังนั้นอย่าให้ใครเอาเรื่องนี้มาตีกันให้วุ่นวาย

“ผมมีความตั้งใจและความปรารถนาดี สวดมนต์ทุกครั้ง สวดให้กับประเทศไทย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่วันนี้ต้องมาสวดมนต์ให้กับคสช.ด้วย ว่าให้เอาตัวให้รอด จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด อะไรที่เป็นปัญหาต้องแก้ไข อย่างไรก็ตามในวันหน้าผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่วันหน้าจะเมื่อก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็พส่วนเรื่องอื่นก็คือเรื่องอื่น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯวางระบบขรก.ใหม่ให้ผู้น้อยประเมินเจ้านายได้

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 13:57

ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนานักบริหารระดับสูงเพื่อการบูรณาการการพัฒนาประเทศไทย 4.0 และการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ผู้บริหารส่วนราชการกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ : One Country One Team” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนแบบไทยนิยม ที่คนไทยนิยมทำความดีความถูกต้องมีคุณธรรมจริยธรรม และนิยมประชาธิปไตยที่ไม่ทิ้งหลักประชาธิปไตยสากล ซึ่งตนเองไม่เคยให้ยกเลิกอะไร แต่เวลาจากนี้สำคัญที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดิน และทำคุณประโยชน์ประเทศชาติ ขอบคุณทุกคนทำงานเต็มที่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่หลายคนอาจจะเข้าใจและไม่เข้าใจ จึงขอให้อดทน เพราะตนเองพยายามทำเต็มที่หน้าที่ของตนเอง หากทุกคนทำเต็มที่จะผ่านอุปสรรคไปได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกวันนี้รัฐบาลทำงานไม่มีคนรู้เรื่องว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง ฉะนั้น ผู้บริหารระดับสูงต้องช่วยกันด้วย จากนี้ไปจะมีการเตรียมวางระบบประเมินผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ เพื่อลดการวิ่งขอตำแหน่ง เอาผลงานมาวิ่งไม่ใช่มาขอเข้าพบ ต่อไปนี้ต้องสร้างการรับรู้ให้ประชาชน แต่เดิมผู้บริหารระดับสูงจะเป็นคนประเมินผู้น้อย จากนี้ไปผู้น้อยและข้าราชการจะเป็นผู้ประเมินผู้บริหารระดับสูงในภาครัฐด้วย โดยมอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาในการวางระบบ น่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีนี้ ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน ทั้งหมดนี้ทำเพื่อประชาชน

“ต้องการให้ข้าราชการคิดให้สอดคล้องกับการพิจารณาไปสู่ 4.0 ด้านทักษะ ทัศนคติ ผลทั้งหมดไปสู่ประชาชน ยุทธศาสตร์ชาติ แผนงานทั้งหลายไม่ใช่วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจทั้งสิ้น แต่เพื่อให้เกิดการกระจายความเจริญให้ประเทศชาติ หลุดพ้นจากกับดักประเทศยากจน กับดักรายได้ปานกลาง ประชาธิปไตยไทยนิยม คือต้องปรองดอง เอาเทคโนโลยีมาใช้ สร้างพัฒนาคนรุ่นใหม่ ให้เป็นทีมเดียวกัน คำว่า ไทยนิยม ประชารัฐยั่งยืน เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อไปสู่ความมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ของชาติ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ไม่ใช่ที่พูดว่าจะสืบทอดอำนาจ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

บลจ.บางกอกแคปปิตอลประกาศแต่งตั้งผู้บริหาร

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 13:31

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล   จำกัด (บลจ.บางกอกแคปปิตอล) ประกาศแต่งตั้งให้ นายคงศิริ เลิศพิชิตกุล ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารทุน และนายสันติ ชินศิริโชคชัย เป็นผู้จัดการกองทุนตราสารทุน นับเป็นการเสริมทัพการลงทุนหุ้นไทยครั้งสำคัญ โดย  ดร.ธนาวุฒิ  พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอล  กล่าวถึงการแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนครั้งนี้ว่า นอกจากผลงานการบริหารกองทุนในอดีตที่โดดเด่นด้วยสไตล์ที่เน้นการศึกษาข้อมูล  First hand ในเชิงลึกจากการไปเข้าพบผู้บริหารบริษัทต่างๆ(Companyvisit)ที่สอดคล้องกับปรัชญาการลงทุนในหุ้นแบบเชิงรุก(Active)ของ BCAPนั่นคือ ผู้จัดการกองทุนต้องใช้ความสามารถในการคัดเลือกหุ้นเพื่อที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนสูงที่สุดให้กับกองทุนแล้ว ผู้จัดการกองทุนทั้งสองยังมากด้วยประสบการณ์การสร้างทีมที่แข็งแกร่ง   ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้บลจ.บีแคป เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

santi

เชิญชวนร่วมชมผลงานและการสาธิตนวัตกรรมเพื่อการเกษตรและการศึกษา

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 13:23

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชิญชวนร่วมชมผลงานและการสาธิตนวัตกรรมเพื่อการเกษตรและการศึกษา ที่เป็นผลงานการประดิษฐ์จากคณาจารย์และนักศึกษา รวม 39 ผลงาน ในงาน “บนเส้นทางวิศวกรรม ครั้งที่ 11 AGRINNOVATION ENGINEERING 2018” ที่จะจัดขึ้น ณ งานเกษตรแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2561 เวลา 09.30 – 17.30 น. ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายในงานจะได้พบกับ เตาอบเนื้อสัตว์โดยไม่ง้อแสงอาทิตย์, เครื่องคัดแยกไข่, โดรนสำหรับภารกิจฝนหลวงและการบินเกษตร , ซีซาร์บ็อท หุ่นยนต์เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก และหุ่นยนต์เตะฟุตบอลขนาดเล็กเพื่อการศึกษา และนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/vidsavaku หรือ Facebook เปิดบ้านวิศวะ มก. หรือ โทร 0 2797 0952

“ศรีสุวรรณ”ร้อง”บิ๊กตู่”ใช้อำนาจยับยั้งสนช.อย่าเลื่อนกม.เลือกตั้งส.ส.

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 13:00

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.)นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ใช้อำนาจยับยั้งการใช้อำนาจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สนช. และคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก ให้แก้ไขมาตรา 2 ของกฎหมายดังกล่าว โดยกำหนดให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วัน นับแต่วันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา กรณีดังกล่าวอาจทำให้โรดแม็พเลือกตั้งต้องเลื่อนไปจากกำหนดเดิม พ.ย.2561 เป็นช่วงต้นปี 2562 ดังนั้นขอให้นายกฯ ส่งสัญญาณไปยัง สนช. ให้อย่าดำเนินการชี้นำออกกฎหมายเลื่อนเลือกตั้งออกไป เพราะจะกระทบความเชื่อมั่นนายกฯ

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า สมาคมฯ ยังยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอให้ทบทวนร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ระเบียบท้องถิ่นและร่างพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 จำนวน 6 ฉบับ เนื่องจากเห็นว่าการแก้ไขคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่นทั้งที่ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 5 ปี ทางสมาคมฯเห็นว่าไม่ได้บ่งบอกว่าถึงการบริหารงานเป็นหรือไม่ ปัจจัยอยู่ที่ความรู้ ความสามารถ รวมถึงคุณสมบัติที่ปรับให้เทียบเท่า ส.ส. นั้น หากพิจารณาจะเห็นว่า ส.ส. กับสมาชิกสภาหรือผู้บริหารท้องถิ่นมีภารกิจอำนาจหน้าที่ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจึงควรยืนตามร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ ตนยังได้นำผู้ประกอบการรถตู้โดยสายสาธารณะและผู้โดยสารเข้าชื่อกันจำนวน 1,500 คน เพื่อยื่นต่อนายกฯขอให้ทบทวนนโยบายจัดระเบียบรถตู้โดยสารฯเนื่องจากผู้ประกอบการเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะการรวมศูนย์สถานีรับ-ส่งผู้โดยสารรถตู้สาธารณะไปยังพื้นที่ของสถานีขนส่งต่างๆ โดยเปิดให้เอกชนดำเนินการ แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมการขนส่งทางบก

“สมชัย”ชี้ปลดล็อกพรรคการเมืองง่ายกว่ายืดเวลาพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 12:30

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงข้อเสนอการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วันนั้น ว่า ได้ยินตรรกะของ กรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าข้อเสนอดังกล่าว เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองมีความพร้อมมากขึ้น มีเวลาในการเตรียมการมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการประชุมใหญ่ การทำไพรมารีโหวต และต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นตรรกะที่แปลกมาก ทั้งนี้สิ่งที่ง่ายกว่าคือ การปลดล็อคพรรคการเมือง ให้เขาสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ว่าไปสัญญาลมๆแล้งๆว่าจะปลดล็อคในเดือน เม.ย. และกำหนดให้ทำกิจกรรมต่างๆอย่างเร่งรีบ หากปลดล็อควันนี้กว่าจะถึง เม.ย.ก็ได้เวลาคืนมาเกือบสามเดือน และหากตรงไปตรงมาให้พรรคสามารถทำกิจกรรมได้ตั้งแต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่ 8 ต.ค.2560 ก็คงไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากขนาดนี้

นายสมชัย กล่าวอีกว่า หากต้องการทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างยิ่งคือ ไม่เข้าไปแทรกแซงในกระบวนการสรรหา กกต.ใหม่ ไม่ส่งคนของตนเองเข้าไปทำหน้าที่ใน กกต.ชุดใหม่ ไม่ออกกฎกติกาที่สร้างความได้เปรียบแก่คนของตนเองหรือพรรคที่ประกาศว่าจะสนับสนุนตน และสิ่งที่ดีที่สุด คือนายกรัฐมนตรี จะต้องไม่ประกาศว่าพร้อมจะกลับมาใหม่หากประชาชนสนับสนุน และเลิกทำตัวเป็นนักการเมือง เดินสายหาเสียง เพราะสิ่งเหล่านี้ คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นยากที่จะบริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะฝ่ายหนึ่งมีอำนาจรัฐและกลไกราชการสนับสนุนทำให้เกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำได้ง่ายและได้ผลดีต่อพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง มากกว่าการขยายเวลาใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

“บิ๊กตู่”ยันไม่มีใบสั่งจากคสช.ให้สนช.ยืดกม.เลือกตั้งส.ส.ออกไป90วัน

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 12:05

ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนานักบริหารระดับสูงเพื่อการบูรณาการการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2561 หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิเสธตอบคำถาม แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำว่าคสช.มีใบสั่งให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ลงมติขยายเวลาการบังคับใช้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ออกไปอีก 90 วันหลังจากประกาศราชกิจจานุเบกษา หรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ โบกมือพร้อมบอกว่า ”ไม่มีใบสั่งอะไรทั้งนั้นจากคสช.”

จีนสร้างหอคอยฟอกอากาศ

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 10:02

เมืองซีอาน มลฑลส่านซี สร้างหอคอยฟอกอากาศขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ทดลองใช้บำบัดมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน

หอคอยฟอกอากาศขนาดความสูงถึงกว่า 100 เมตร ถูกสร้างขึ้นโดยสถาบันด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมของจีน โดย

ไม่เปิดเผยงบประมาณก่อสร้าง หอคอยแห่งนี้อยู่ระหว่างทดลองใช้บำบัดสภาพอากาศพิษกินพื้นที่รอบๆหอคอยขนาดกว้าง 10 ตารางกิโลเมตรทดลองใช้งานแล้วนานราว 2 -3 เดือน สามารถผลิตอากาศบริสุทธิได้วันละกว่า 10 ล้านลูกบาศก์เมตร หวังช่วยลดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูหนาว ซึ่งผู้คนจำนวนมากใช้การเผาถ่านหินสร้างความอบอุ่นตามอาคารบ้านเรือน

ระบบการทำงานของหอคอยฟอกอากาศแห่งนี้ใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยดูดอากาศมลพิษเข้าไปผ่านเครื่องกรอง

อากาศและปล่อยอากาศสะอาดออกสู่สภาพแวดล้อม นายเกา จุนจี หัวหน้าคณะวิจัยฯอ้างผลการทดลองเป็นไปด้วยดี โดยจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลวิจัยในเดือนมี.ค. ซึ่งหากผลการวิจัยประสบความสำเร็จด้วยดี ในอนาคตอาจสามารถสร้างหอคอยฟอกอากาศขนาดใหญ่มากกว่านี้ด้วยความสูงถึง 500 เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางปล่องหอคอยกว้าง 200 เมตร จะสามารถสร้างอากาศบริสุทธิกินเนื้อที่ได้เกือบ 30 ตารางกิโลเมตร

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ไชนาเดลีของจีนรายงานว่า ปี 2560 ที่ผ่านมามีเด็กเกิดใหม่ 17.23 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.5 แม้ว่าทางการผ่อนปรนให้มีลูกได้สองคนตั้งแต่ปี 2559  แล้วก็ตาม

ไชนาเดลี อ้างเจ้าหน้าที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและการวางแผนครอบครัวว่า อัตราการเกิดเมื่อปีก่อนลดลงเนื่องจากจำนวนสตรีวัยเจริญพันธุ์ลดลง ขณะที่จำนวนผู้ชะลอการแต่งงานและตั้งครรภ์มีมากขึ้น อย่างไรก็ดี อัตราการเกิดดังกล่าวยังคงสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในช่วง 5 ปีก่อน ทางการจีนผ่อนปรนนโยบายมีลูกคนเดียวที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2522 ด้วยการออกกฎหมายอนุญาตให้มีลูกสองคนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เพราะกังวลเรื่องจะเข้าสู่สังคมคนชรา

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและการวางแผนครอบครัวเผยเมื่อต้นเดือนว่า อายุขัยเฉลี่ยในจีนเมื่อปีก่อนอยู่ที่ 76.5 ปี เพิ่มขึ้นจาก 74.83 ปีในปี 2553 ขณะที่สมาคมสวัสดิการสังคมเผยเมื่อปีก่อนว่า จำนวนผู้สูงวัยในจีนจะเพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านคนในปัจจุบัน เป็น 400 ล้านคนภายในสิ้นปี 2578 เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐเรื่องการจัดหาบริการสวัสดิการสังคม สาธารณสุข และเงินบำนาญ

ปธน.เกาหลีใต้คะแนนวูบ

จันทร์, 22. มกราคม 2018 - 10:01

ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าประธานาธิบดีมุน แจอินของเกาหลีใต้มีคะแนนนิยมลดลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากชาวเกาหลีใต้ไม่พอใจที่ยอมให้เกาหลีเหนือมากเกินไปเรื่องโอลิมปิกฤดูหนาวเดือนหน้า

กัลลัพโคเรียสำรวจผู้ใหญ่เกาหลีใต้ 1,005 คน ระหว่างวันอังคาร-วันพฤหัสบดีแล้วเผยผลสำรวจวันนี้ว่า ประธานาธิบดีมุนได้คะแนนนิยมร้อยละ 67 ลดลงจากร้อยละ 73 ในการสำรวจเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยังคงสูงกว่าปลายเดือนกันยายนปีก่อนที่ได้คะแนนนิยมต่ำสุดที่ร้อยละ 65 การที่รัฐบาลเกาหลีใต้ตกลงตั้งทีมฮอกกีน้ำแข็งร่วมกับเกาหลีเหนือและส่งนักกีฬาเดินเข้าพิธีเปิดโอลิมปิกพยองชังโดยใช้ธงเดียวกันกับเกาหลีเหนือ นอกจากสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเกาหลีใต้สูงวัยหัวอนุรักษ์นิยม ยังรวมไปถึงคนหนุ่มสาวที่เป็นฐานเสียงของเขาด้วย ชาวเกาหลีใต้กลุ่มอายุ 20 ปีและ 30 ปีที่ชื่นชอบประธานาธิบดีมุนมีร้อยละ 75 และ 82 ลดลง 6 จุด และ 7 จุดจากการสำรวจสัปดาห์ก่อน ส่วนชาวเกาหลีใต้กลุ่มอายุ 40 ปี และ 50 ปี ยิ่งชื่นชอบเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะกลุ่มสูงวัยเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ไม่ใช่ฐานเสียงของเขาอยู่แล้ว

ประธานาธิบดีมุนวัย 64 ปี ชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อนด้วยคะแนนล้นหลาม หลังจากอดีตประธานาธิบดีปัก กึนฮเยถูกถอนถอนจากตำแหน่งเพราะเรื่องทุจริต