โลกวันนี้ ฮอทนิวส์

Subscribe to ฟีด โลกวันนี้ ฮอทนิวส์
ถูกปรับปรุง: 2 ชั่วโมง 36 นาที ก่อน

หน.คสช.ใช้ม.44 ยกเลิกสรรหากสทช.-กก.เดิมลุยงานต่อ

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 18:58

beta innnews

Home/Breaking News/หน.คสช.ใช้ม.44ยกเลิกสรรหากสทช.ให้กก.เดิมยังทำงาน
หน.คสช.ใช้ม.44ยกเลิกสรรหากสทช.ให้กก.เดิมยังทำงาน
คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561 เรื่อง การยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
24 เมษายน 2018 51 Less than a minute
FacebookTwitterGoogle+LinkedInTumblrPinterestRedditShare via EmailPrint

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561 เรื่อง การยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยระบุว่า

ตามที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 เพื่อปรับปรุง โครงสร้างและอํานาจหน้าที่ ตลอดจนกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว แต่ได้เกิดสภาพปัญหาในทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก ทําให้การสรรหาและคัดเลือกบุคคลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหา และคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับปรากฏข้อร้องเรียนเป็นจํานวนมากเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ผ่านการสรรหา เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว จึงเป็นการสมควรที่จะต้องระงับ กระบวนการสรรหาและคัดเลือกไว้ก่อน เพื่อให้มีการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างรอบคอบและเหมาะสมเพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่มีคุณสมบัติและมีความสามารถที่เหมาะสมต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูปการกํากับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ และประชาชน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคําสั่ง ให้ยกเลิกกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งได้ดําเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่ คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติไว้ก่อน จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

นอกจากนี้ ยังให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่จําเป็น ไปพลางก่อนต่อไป ตามที่กําหนดในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ในระหว่างนี้หากกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติพ้นจากตําแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ จนกว่าหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหา และคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ และดําเนินการให้มีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งดังกล่าวโดยเร็วต่อไป

ซึ่งในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้ และคําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

นายกฯขู่เอาผิด “วัชระ” พูดขน4หมื่นล้านตั้งพรรค

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 18:45

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การที่ นายวัชระ เพชรทอง จาก ปชป.กล่าวว่า คสช.เตรียมสืบทอดอำนาจและใช้เงินตั้งพรรคทหารถึง 40,000 ล้านบาทนั้น ขอให้หาข้อมูลมาว่าเงิน 40,000 ล้านมาจากไหน

ทั้งนี้นายกรัฐมตรีกล่าวต่อว่า กำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่า พูดเช่นนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงสื่อและสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่นำมาเผยแพร่ เพราะมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่ จึงขอให้ระมัดระวังด้วย

ขอบคุณภาพประกอบจาก-http://www.thaigov.go.th

นายกฯยินดีหากเลือกไทยประชุมUS-เกาหลี

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 17:13

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าว่า กรณีที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ากรุงเทพมหานครติดหนึ่งในสถานที่ทั่วโลกที่มีโอกาสจัดประชุมสุดยอดระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ โดยนายกรัฐมนตรียินดีต้อนรับ และมีความพร้อมหากไทยได้รับให้เป็นเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การประชุมสุดยอดฯ ต้องขึ้นอยู่กับข้อตกลงของทั้งสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ

ขอบคุณภาพประกอบจาก-http://www.thaigov.go.th

“พล.อ.ประวิตร” เข้าพบรมว.กลาโหมสหรัฐ

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 16:56

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่าการกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปกระทำพิธีวางพวงมาลา เพื่อแสดงความรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม ณ สุสานแห่งชาติ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

จากนั้นได้เดินทางไปกระทรวงกลาโหม เพื่อเยี่ยมคำนับและหารือกับ พล.อ. James Mathis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีมิตรไมตรียิ่ง

“สนธิรัตน์” ชี้รัฐดึง “สนธยา” คนพื้นที่ช่วยงานEEC

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 16:30

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กบ่าวว่า รัฐบาลดึง ส.ส. โดยใช้ตำแหน่ง เป็นข้อแลกเปลี่ยนและธุรกิจมาบีบบังคับหากไม่ให้ความร่วมมือนั้น ข้อเท็จจริงขณะนี้มีเพียง นายสนธยา คุณปลื้ม เท่านั้นที่เข้ามาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยมาช่วยงานด้าน ระเบียงเศษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้สื่อสารไปยังประชาชนระดับล่าง

เพราะรัฐบาลอยากให้คนที่รู้จักพื้นที่ เข้ามาสื่อสารในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่ผลประโยชน์ ไม่ใช่การตอบแทนทางการเมือง เป็นเพราะรัฐบาลอยากให้เข้ามาช่วยทำงาน แต่จะเข้ามาทำอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ประชาชนคงต้องจับตามองกันต่อไป

ลดโทษคุกตลอดชีวิต 2 มือมีดฆ่าชิงไอโฟนนศ.มศว.

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 15:47

ณ ศาลฎีกาวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีฆ่าชิงทรัพย์ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายกิตติกร หรือตั้ม และนายสุพัฒชัย หรือเอ็กซ์ ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐาน ฆ่าชิงทรัพย์ผู้อื่น โดยเมื่อคืนวันที่ 4 ม.ค.60 จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธมีดแทงนายวศิน เหลืองแจ่ม บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรเสียชีวิต บริเวณปาก ซ.สุคนธสวัสดิ์ 27 แขวง – เขตลาดพร้าว แล้วชิงเอาโทรศัพท์ไอโฟน 6 ไป

คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสองสถานเดียว ล่าสุดวันนี้ ศาลสั่งเบิกตัวจำเลยทั้งสองจากเรือนจำกลางบางขวาง มาฟังคำพิพากษา ศาลตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพมาโดยตลอด ทั้งชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา และยังยอมรับผ่านสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงการสำนึกผิด จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้ง 2 ไว้ตลอดชีวิต

ทีเอ็มบีเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ TMB Cardless กดเงินฟรีไม่ต้องใช้บัตร

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 15:29

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อตอบโจทย์สนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงต่อเนื่อง เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ TMB Cardless  กดเงินฟรีไม่ต้องใช้บัตร  บริการล่าสุดที่ใช้งานง่ายผ่านในโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชั่น TMB TOUCH เพิ่มอิสระในการใช้บริการทางการเงินเพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม  “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) สะดวกสบายมากกว่า  เมื่อต้องการใช้เงินสดและต้องกดเงินที่ตู้ ATM หรือ ADM สะดวก  ง่าย ผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยไม่ต้องใช้บัตร ไม่มีค่าธรรมเนียม ปลอดภัยไร้กังวล จะแม้ไม่ได้พกลืมกระเป๋าสตางค์ หรือไม่ได้พกบัตร ก็หายห่วง

มิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวว่า “ปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าล้วนต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ เหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบ หรือต้องทำสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน ทีเอ็มบี จึงได้พัฒนาบริการใหม่  TMB Cardless บริการถอนเงินสดโดยไม่ใช้บัตรโดยใช้คู่กับแอพพลิเคชั่น TMB TOUCH เพียงสมัคร TMB ID  ใน TMB TOUCH ก่อนใช้บริการเพียงครั้งเดียว ก็สามารถขอรับรหัสเบิกเงินสดจากแอพพลิเคชั่น แล้วนำรหัสนั้นมาถอนเงินสดออกมาใช้ได้เลยทันที ผ่านตู้ ATM/ ADM ของทีเอ็มบี ที่มีอยู่กว่า 2,900 แห่งทั่วประเทศ พร้อมแนะนำตำแหน่งที่ตั้งเครื่องเอทีเอ็มที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมงฟรี  สะดวก ง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียม  และจะมุ่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ลูกค้าทีเอ็มบี ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน พร้อมประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการดิจิทัล แบงก์กิ้ง อย่างต่อเนื่องต่อไป ”

ลูกค้าทีเอ็มบีใช้บริการสามารถใช้บริการ TMB Cardless ใน TMB TOUCH ได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลด TMB TOUCH ผ่านระบบ  IOS และ Android  ได้แล้ววันนี้  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tmbbank.com/howto/app/cardless.php

กต.เผยไทยพร้อมช่วยสถานการณ์เกาหลีเหนือ

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 15:18

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จากการที่มีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไทยอาจเป็นที่สหรัฐอเมริกาใช้ในการประชุมสุดยอดกับผู้นำเกาหลีเหนือนั้น ยังเป็นเพียงกระแสข่าวที่วิเคราะห์กัน แต่ในข้อเท็จจริงยังไม่มีการหารือกัน แต่หากเป็นจริงไทยสามารถช่วยเหลือได้เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต

ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ซึ่งจุดยืนของไทยยินดีต่อพัฒนาการที่ดีขึ้น
และหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

ห้างเซ็นทรัลจัดแคมเปญ “Central/Zen Style for Her”

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 14:36

ธาพิดา นรพัลลภ ออมนิ-แชนแนล เมอร์ชั่นไดซิ่ง ไดเร็กเตอร์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัดจัดแคมเปญ “Central/Zen Style for Her”(เซ็นทรัล/เซน สไตล์ ฟอร์ เฮอร์) ชวนสาวๆ ผู้ชื่นชอบเรื่องการแต่งกายให้มาสนุกกับการเลือกสรรสินค้าแฟชั่นชิ้นเด็ด ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับชิ้นเก๋ เพื่อแมตช์ลุคสวยที่ตนเองชื่นชอบและตรงตามสไตล์ของตนเอง พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 30% ระหว่างวันที่ 26 เม.ย. –8 พ.ค. 61 ที่แผนกสตรี ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซนทั้งยังจัดเตรียมกิจกรรมพิเศษเพื่อต้อนรับคนรักการแต่งกายได้สัมผัสประสบการณ์การช้อปที่แตกต่าง ด้วยการเติมเต็มความสวยอย่างครบวงจร โดย ทุกยอดช้อป 3,000 บาท (ต่อบิลใบเสร็จ) สามารถนำมาใช้สิทธิ์เลือกเข้ารับบริการจัดแต่งทรงผมและทำเล็บ ฟรี! ที่พื้นที่จัดกิจกรรม ณ ห้างเซ็นทรัลสาขาชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และอีสต์วิลล์

ก.อุตสาหกรรม-สถาบันอาหารจัดงานใหญ่ “Thailand : Taste of Street Food 4.0”

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 14:31

กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสถาบันอาหาร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานใหญ่ Thailand : Taste of Street Food 4.0, MAKEOVER Chance to the Future “สร้างโอกาสทางธุรกิจสู่อนาคต” ระหว่างวันที่ 27 – 29  เม.ย. 2561 เวลา 11.00 – 22.00 น.  บริเวณพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เพื่อให้ผู้ประกอบการอาหารริมทางทั่วประเทศ ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและธุรกิจเชื่อมโยง ผู้สนใจเข้าสู่ธุรกิจอาหาร และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมงาน  หวังยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจบริการอาหารขนาดเล็กให้มีศักยภาพ ปรับตัวสู่การแปรรูประดับอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต หรือพร้อมปรับตัวสู่เศรษฐกิจฐานบริการที่เข้มแข็งขึ้น  รวมทั้งให้โอกาสผู้สนใจที่จะเข้ามาเริ่มต้นธุรกิจ(start up) ได้มาศึกษาช่องทางและพบปะผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำในการเริ่มต้นธุรกิจ ทั้งสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ครัวไทยครัวคุณภาพปลอดภัยทุกระดับ

งาน “Thailand : Taste of Street Food 4.0, MAKEOVER Chance to the Future สร้างโอกาสทางธุรกิจสู่อนาคต”  จัดขึ้นภายใต้แนวคิด 1) Chance to the Future สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ สร้างรายได้ 2)The Show of Innovation นวัตกรรมทางธุรกิจ (สังคมไร้เงินสด) การชำระค่าอาหารผ่าน QR Code, การสั่งซื้ออาหารผ่าน Application, Logistic ระบบจัดส่งอาหารด้วยความรวดเร็ว และนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร 3)Big Brother “สานพลังประชารัฐ” พบหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนขนาดใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารพร้อมให้การสนับสนุน และ 4) Business Solution ร่วมหาแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการรายใหม่ หรือรายเดิม

ภายในงาน  จะพบกองทัพร้านอาหารริมทางชื่อดังกว่า 100 ร้าน จัดแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ ดังนี้ โซน Street Food สู่อุตสาหกรรม แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการที่มีการพัฒนา  ต่อยอดจากผู้ประกอบการอาหารริมทาง มาสู่รูปแบบของการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม เช่น ไก่ย่างห้าดาว ชายสี่หมี่เกี๊ยว  หมูปิ้งเฮียนพ ไส้กรอกแม่ไก่ โซนล้านไลค์ ร้อยล้าน การออกร้านจำหน่ายอาหารที่มีชื่อเสียงจากโซเชียลผ่านการกดไลค์จากคนดูจำนวนมาก โซนจำลองร้านอาหารริมทางย่านการค้าสำคัญ ได้แก่ เยาวราช,  วังหลัง-ท่าพระจันทร์, เจริญกรุง-บางรัก, บางลำพู-ข้าวสาร โซน OTOP ริมทาง  ที่ได้รับการรับรองความอร่อยจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โซน Food Truck และกลุ่ม Start Up โซน Food Exhibition เรื่องราวความเป็นมาของอาหาร Street Food ที่ได้รับความนิยม และติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก โซนนิทรรศการและการจัดแสดงชุดรถเข็นต้นแบบ ที่ผลิตและออกแบบตามข้อกำหนดและถูกสุขลักษณะเรื่องวัสดุประกอบรถเข็น ตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัย โซนนิทรรศการแนวโน้มบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  เป็นต้น

ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน และมาออกบูธให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ อาทิ  กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคาร ออมสิน  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ (จำกัด) มหาชน และบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (จำกัด) มหาชน เป็นต้น โดยมีอีกหลายหน่วยงานร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร องค์การสุรา กรมสรรพสามิต สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) บริษัท ไทยร่วมใจน้ำมันพืช จำกัด และบริษัท อาจจิตต์อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็พเพอร์แอนด์สไปซ์ จำกัด

งาน Thailand : Taste of Street Food 4.0, MAKEOVER Chance to the Future “สร้างโอกาสทางธุรกิจสู่อนาคต”   จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 เม.ย. 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ บริเวณพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี โดยสามารถติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์การจัดงานได้จากเว็บไซต์ของสถาบันอาหาร  www.nfi.or.th

“ก๊วนลับฉบับสาวแซ่บ”เรื่องรักไม่ลับของ 4 เพื่อนซี้ กับความโรแมนติกสุดฮาที่จะมาป่วนจอ

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 14:27

พฤษภาคมปีนี้ คอหนังคอมิดี้ไม่ควรพลาด เมื่อ “โมโนฟิล์ม” คว้าภาพยนตร์ที่จะทำให้จินตนาการบรรเจิดยิ่งกว่าเคย สนุกยิ่งกว่าที่ผ่านมา กับภาพยนตร์คอมิดี้เรื่อง “ก๊วนลับฉบับสาวแซ่บ” (บุ๊คคลับ-Book Club)

ภาพยนตร์ “ก๊วนลับฉบับสาวแซ่บ” (บุ๊คคลับ-Book Club) สำหรับคนที่ยังไม่หมดไฟ  ไม่ว่าคุณจะอายุรุ่นไหน คลับหนังสือแห่งนี้จะนำทางให้คุณค้นพบความสนุกถึงขีดสุด การันตีความบันเทิง โดย ไดแอน คีตัน (Something’s Gotta Give-รักแท้ ไม่มีวันแก่), เจน ฟอนดา (Monster-in-Law -แม่ผัวพันธุ์ซ่า สะใภ้พันธุ์แสบ), แคนดิซ เบอร์เกน (Miss Congeniality-พยัคฆ์สาวนางงามยุกยิก, Bride Wars – สงครามเจ้าสาว หักเหลี่ยมวิวาห์อลวน) และ แมรี สตีนเบอร์เกน (Last Vegas-แก๊งค์เก๋า เขย่าเวกัส) ที่ตบเท้าเข้าร่วมคลับจินตนการสุดบรรเจิดแห่งนี้ ผลงานเขียนบทและกำกับ โดย บิล โฮลเดอร์แมน

หลังจากที่กลุ่มเพื่อนสาวสุดรักอย่าง ไดแอน (ไดแอน คีตัน), วิเวียน (เจน ฟอนดา), ชารอน (แคนดิช เบอร์เกน, และ แครอล (แมรี สตีนเบอร์เกน) รวมตัวกันสร้างชมรมอ่านหนังสือขึ้นมา ครั้งนี้พวกเธอได้ค้นพบหนังสือที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอ กับหนังสือ “ฟิฟตี้ เชดส์ ออฟเกรย์” (Fifty Shades of Grey) ที่ได้เปลี่ยนชีวิตประจำวันอันแสนจะน่าเบื่อกลับมีชีวิตชีวาและกระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

เตรียมพบกับความสนุก โรแมนติกสุดฮา ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือที่มาเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอ ในภาพยนตร์เรื่อง “ก๊วนลับฉบับสาวแซ่บ” (บุ๊คคลับ-Book Club) 17 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

โรคพิษสุนัขบ้าคร่าแล้ว 8 ราย

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 12:27

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 เมษายน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย (สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ บุรีรัมย์ พัทลุง และหนองคาย)

ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นผู้หญิง อายุ 15 ปี อยู่ที่จังหวัดหนองคาย จากการสอบสวนโรค พบว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตถูกลูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้านอายุประมาณ 2 เดือน ซึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ข่วนบริเวณลำคอ ผู้ป่วยไม่ได้ไปพบแพทย์และไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เชื่อว่าเห็นว่าเป็นแผลเล็กน้อย

ขอบคุณภาพประกอบจาก-http://www.ddc.moph.go.th

“พล.อ.อนุพงษ์” เผยปรับโยกผู้บริหาร-ผู้ว่าฯ ตามเหมาะสม

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 12:11

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การปรับโยกย้ายข้าราชการระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัดกลางปีนี้เพื่อความเหมาะสม ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาตามความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีการนำความผิดพลาดใดๆ มาเกี่ยวข้องและตอบไม่ได้ว่ามีกี่ตำแหน่ง

อัยการสั่งฟ้อง “เปรมชัย” ครอบครองปืนฯไม่ได้รับอนุญาต

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 10:56

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ได้เข้าตรวจค้นพร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืน และเครื่องกระสุน จำนวนหนึ่ง จากบ้านพักซอยศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานคร ของนายเปรมชัย กรรรณสูตร และพนักงานสอบสวน ของ ปทส.ได้แจ้งข้อหาและส่งสำนวนฟ้องต่อ อัยการ ในข้อหามีอาวุธปืนใว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตไปนั้น เวลานี้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ได้ พิจารณามีความเห็นฟ้องผู้ต้องหา นายเปรมชัย กรรณสูตร ต่อศาลอาญา (รัชดา) ในฐานความผิด “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” แล้ว

ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฏหมาย พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7 ,72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 มาตรา 3 , คำสั่งคณะปฎิรูปปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2519 , ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 32, 91 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4

สสส.จับมือกคช.จัดงานสัมมนา“Healthy 4.0 ขยับเพื่อสุขภาพ”

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 10:48

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดงานประชุมสัมมนา “Healthy 4.0 ขยับเพื่อสุขภาพ” ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะของชุมชนการเคหะแห่งชาติ โดยมี พลเอก ณัฐติพล กนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานในพิธี

ดร.นพ.ไพโรจน์  เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวถึงการทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่สุขภาวะในชุมชนการเคหะแห่งชาติ ว่า สสส. ได้ดำเนินงานร่วมกับ การเคหะแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรวมถึงผู้ปฏิบัติงานมีสุขภาวะองค์รวมที่ดีครบ 4 ด้าน คือ กาย จิต ปัญญา และสังคม โดยรูปแบบการทำงาน สสส.จะเข้าไปพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการกิจกรรมสุขภาวะและการมีกิจกรรมทางกายที่ถูกต้องเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ และบริเวณใกล้เคียง ได้เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายและมีสถานที่ที่เหมาะสมต่อการออกกำลังกาย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการจัดการให้เกิดพื้นที่สุขภาวะหรือปัจจัยแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันของ สสส.

“นอกจากนี้ สสส. ยังช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคลากรต้นแบบ ให้เกิดความเข้าใจและมีความรู้ สามารถนำมาช่วยพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของชาวชุมชน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักร่วมกันของ สสส. และการเคหะแห่งชาติ ที่ไม่เพียงแต่สร้างที่อยู่อาศัย แต่หากยังมุ่งเน้นสร้างความสุขด้วยการมีสุขภาพที่ดีให้แก่ชุมชนเป็นหลักอีกด้วย ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ชาวชุมชนเกิดความตื่นตัว และให้ความใส่ใจในสุขภาวะของตนเอง ทั้งการมีกิจกรรมทางกายและการบริโภคอาหาร ซึ่งแต่ละชุมชนได้เสนอรูปแบบและสนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการ จึงถือว่าชุมชนของการเคหะแห่งชาติมีจุดเด่นในเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วม เพราะทุกคนต่างร่วมมือช่วยกันคิด ช่วยกันทำเพื่อประโยชน์ของชุมชนเอง” ผอ.สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าว

ด้าน ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกันดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะของชุมชนการเคหะแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2553 เพื่อพัฒนางานด้านการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนการเคหะแห่งชาติด้วยกระบวนการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลบริหารจัดการ และพัฒนาชุมชนของตนเองบนพื้นฐานความต้องการของชุมชน ซึ่งการเคหะแห่งชาติสนับสนุนพื้นที่ และกระบวนการขับเคลื่อนโครงการพร้อมทั้งบุคลากร ส่วนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนบุคลากรด้านองค์ความรู้เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลอย่างสูงสุด

สำหรับในปี 2560 – 2561 ได้จัดทำข้อตกลงโครงการพัฒนาเครือข่ายพื้นที่สุขภาวะของชุมชนการเคหะแห่งชาติ เพื่อดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพใน 52 พื้นที่เป้าหมาย ส่งเสริมให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ การออกกำลังกาย การบริโภคอาหารปลอดภัยในชีวิตประจำวัน มีกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาวะชุมชนที่หลากหลาย และครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย ทุกช่วงชั้นอายุ เกิดกลุ่ม/ชมรม ภายในชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาวะชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายระดับชุมชนและระดับท้องถิ่นในการสานพลังการขับเคลื่อน การพัฒนาสุขภาวะชุมชน  ดำเนินการภายใต้ 6 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการเสริมสร้างกิจกรรมทางกาย, โครงการโภชนาการ, โครงการบริการสุขภาพ, โครงการสุขภาพจิต, โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมชุมชน และโครงการเตรียมความพร้อมชุมชน

ทั้งนี้การประชุมสัมมนาครั้งนี้ จัดให้มีเวทีเสวนาหัวข้อ “Healthy 4.0 ขยับเพื่อสุขภาพ” ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานกองทุนสนับสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันอาศรมศิลป์ ดร.ปิยวัฒน์  เกตุวงศา และการบรรยายให้ความรู้ “กินอย่างไร ไร้โรค ไร้พุง” โดยอาจารย์สง่า ดามาพงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส.

12-nid

13-nid

14-nid

จี-7‘มาครง’กร้าวใส่รัสเซีย

อังคาร, 24. เมษายน 2018 - 10:19

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเตือนอย่าแสดงความอ่อนแอให้ประธานาธิบดีรัสเซียเห็น แต่ยืนยันว่ายังคงต้องการทำงานร่วมกับผู้นำรัสเซียอยู่

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ก่อนออกเดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นคนแข็งแกร่ง ฉลาด และหมกมุ่นกับเรื่องแทรกแซงประชาธิปไตย ดังนั้น จึงไม่ควรแสดงความอ่อนแอให้เห็นเพราะจะถูกฉวยไปใช้ประโยชน์ ผู้นำรัสเซียทุ่มโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนักและแทรกแซงทุกที่เพื่อบ่อนทำลายประชาธิปไตย เพราะคิดว่าเป็นประโยชน์กับประเทศตนเอง ต้องการให้รัสเซียยิ่งใหญ่ กวาดล้างชนกลุ่มน้อยและฝ่ายต่อต้าน อย่างไรก็ตาม เขายังคงเคารพและอยากทำงานร่วมกับผู้นำรัสเซียมีการหารือกันตลอด  แม้มีความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง

ความสัมพันธ์กับรัสเซียเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้นำฝรั่งเศสจะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขณะที่การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี-7) ที่นครโทรอนโตของแคนาดา จะหาจุดยืนร่วมกันเรื่องรัสเซียรุกรานยูเครน รัสเซียสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย และข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียวางยาอดีตสายลับในอังกฤษ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงหลังการประชุมรัฐมนตรีกลุ่มจี-7 วันแรกว่า ที่ประชุมเห็นพ้องกันที่จะต่อต้านพฤติกรรมที่เป็นอันตรายของรัสเซีย โดยระบุว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของหลายประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกกำลังตกต่ำอย่างหนัก

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีมาครงจะหารือเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันของสหรัฐ

ในระหว่างเยือนสหรัฐครั้งนี้ ผู้นำฝรั่งเศสจะร่วมรับประทานอาหารค่ำกับผู้นำสหรัฐที่เมาท์ เวอร์นอน ซึ่งเป็นบ้านของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน เยือนกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ งานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว และกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาสหรัฐ ขณะที่นายทรัมป์เตรียมประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านด้วย สำหรับข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอีก 5 ประเทศมหาอำนาจมีเป้าหมายในการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน นายทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นหนึ่งในข้อตกลงที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีการเจรจามา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขายื่นคำขาดกับอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ให้แก้ไขสิ่งที่สหรัฐเรียกว่าเป็นข้อบกพร่องของข้อตกลง มิฉะนั้นสหรัฐจะไม่ขยายเวลาการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

“วิษณุ” ย้ำเตรียมคุยพรรคเคาะวันเลือกตั้งมิ.ย.

จันทร์, 23. เมษายน 2018 - 13:06

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า จะมีการเชิญนักการเมืองพรรคต่างๆเข้ามาหารือ เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน แต่จะเป็นช่วงเวลาไหน จะกำหนดวันที่ชัดเจนอีกครั้ง ยืนยันว่า จะมีการนัดหารืออย่างแน่นอน นอกจากนี้จะมีการเชิญแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย ครม. คสช. สนช. กรธ. และกกต. เข้าร่วมประชุมด้วย

ผอ. WIPO ชื่นชมนายกฯมีบทบาทปราบละเมิดลิขสิทธิ์

จันทร์, 23. เมษายน 2018 - 12:30

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้อนรับ นายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO ที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาเกี่ยวกับการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น การแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งจัดโดยกระทรวงพาณิชย์ และจะกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Global Intellectual Property Trends towards Sustainable Development ว่าด้วยเรื่องการเชื่อมโยงระบบทรัพย์สินทางปัญญากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศไทย 4.0 โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภายใต้นโยบายดังกล่าว จะเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน จึงหวังว่าองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกจะร่วมมือกับรัฐบาลในการสร้างความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน และ ไทยยังมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฏกติการะหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกต่างยินดีที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ประกาศปรับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List: PWL) ขึ้นเป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลไทยและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย

ขอบคุณภาพประกอบจาก-http://www.thaigov.go.th/

อย.พบเมจิกสกินผลิตไม่ตรงขอจดแจ้ง227รายการ

จันทร์, 23. เมษายน 2018 - 12:11

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เปิดเผยว่า ในการดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ได้มีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง ของบริษัท ไม่พบข้อมูลของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด และนางวรรณภา พวงสน เกี่ยวกับการขออนุญาตผลิตอาหาร

ในส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้ผู้จดแจ้ง ชื่อ นางวรรณภา จากการตรวจสอบสถานที่ผลิตตามที่ได้จดแจ้งไว้ พบว่าไม่มีสภาพการผลิตและไม่พบเครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมทั้งสารเคมีและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง ดังนั้น เครื่องสำอาง 227 รายการ จึงเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตไม่ตรงตามที่ได้จดแจ้งไว้ และผลิตภัณฑ์ จำนวน 41 ราย ไม่ได้ทำการผลิตเครื่องสำอาง จึงถือได้ว่าเครื่องสำอางที่ตรวจพบผลิตจากสถานที่ที่ไม่ตรงตามที่ได้จดแจ้งไว้อีกเช่นกัน

อย. ได้ปฏิบัติงานตรวจสอบดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้ประชาชนได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์และผู้จำหน่ายโดนหลอกลวงอีกต่อไป

ขอบคุณภาพประกอบจาก-https://oryor.com

รพ.เลิดสินเตือนติดใช้มือถือ-แท็บเล็ต-คอมพ์ระวังนิ้วล็อก

จันทร์, 23. เมษายน 2018 - 11:53

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทกับการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการทำงาน อัพเดทข่าวสาร แชทคุยกับเพื่อน เล่นเกมส์ ตลอดเวลา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงต่อโรคนิ้วล็อก และพบว่าผู้หญิงเสี่ยงเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย รวมถึงแม่บ้านที่ซักผ้าด้วยมือ ถือถุง หิ้วตะกร้าไปจ่ายตลาด ทำกับข้าว

โรคนี้เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้วที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว มีโอกาสเป็นได้ทุกนิ้ว ผู้ป่วยจะมีอาการนิ้วล็อก กำมือ งอนิ้วได้ แต่เวลาเหยียดออกนิ้วใดนิ้วหนึ่งจะเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อกไว้