สยบทุกข่าวลือ! รูนี่ย์ ยันแล้วไม่ย้ายไปไหน ตั้งเป้าไล่ล่าความสำเร็จกับปีศาจแดงต่อในอนาคต

กีฬา - 1 ชั่วโมง 37 นาที ที่แล้ว

เวย์น รูนี่ย์ กัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเคลียร์ความจริงให้กระจ่างแล้ว หลังมีกระแสข่าวลือมากมายว่าเขาเตรียมย้ายทีมไปค้าแข้งในลีกจีน โดยล่าสุดเจ้าตัวออกมาบอกว่าต้องการอยู่โยงกับทีมปีศาจแดงต่อไป พร้อมหวังช่วยพาทีมไล่ล่าความสำเร็จอีกในอนาคต

The post สยบทุกข่าวลือ! รูนี่ย์ ยันแล้วไม่ย้ายไปไหน ตั้งเป้าไล่ล่าความสำเร็จกับปีศาจแดงต่อในอนาคต appeared first on MThai Sport.

หมวดหมู่: กีฬา

มากันครบ!! ตัวแม่สายซี๊ด...จัดขบวนพาเหรดเต้า

บันเทิง - 3 ชั่วโมง 26 นาที ที่แล้ว
  พรมแดงลุกเป็นไฟ!! เมื่อเหล่าเซ็กซี่สตาร์จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบบนพรมแดงงานประกาศผลรางวัล daradaily The Great Awards
หมวดหมู่: บันเทิง

ซุป'ตาร์ ออร่ากระจาย แฟชั่นหรูพรมแดง The Great Awards

บันเทิง - 3 ชั่วโมง 27 นาที ที่แล้ว
  เก็บตกภาพบรรยากาศแฟชั่นความหรูของเหล่า ซุป'ตาร์ ทั่วฟ้าเมืองไทย บนพรมแดง daradaily The Great Awards ครั้งที่ 6 รับประกันออร่ากระจาย
หมวดหมู่: บันเทิง

จั๊กจั่น ใจเธอสวยมาก! ช่วยคนเจ็บ รถหกล้อเสยจยย.

บันเทิง - 3 ชั่วโมง 27 นาที ที่แล้ว
  "จั๊กจั่น อคัมย์สิริ" ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง!! เจออุบัติเหตุรถชนกลางถนนรีบเข้าช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที รับนาทีนั้นตกใจ แต่คิดอย่างเดียวคือต้องช่วย
หมวดหมู่: บันเทิง

จ๊ะ พูดตรง!! หนูอ่อย พี่แจ๊ค ผู้ชายในฝัน รักตั้งแต่อายุ 12

บันเทิง - 3 ชั่วโมง 27 นาที ที่แล้ว
  "จ๊ะ อาร์สยาม" รักก็บอกรักไม่หมกเม็ด เผยเป็นฝ่ายจีบหนุ่มรุ่นพี่ "แจ๊ค ธนพล" ก่อน เนื่องจากเป็นหนุ่มในฝันหลงรักมาตั้งแต่อายุ 12 มั่นใจความต่างของวัยไม่ใช่ปัญหา
หมวดหมู่: บันเทิง

ไม่ส่องไม่ได้? ไฮโซม่านฟ้า ชุดลูกไม้แหวกอก ราคาเหยียบล้าน

บันเทิง - 3 ชั่วโมง 27 นาที ที่แล้ว
  จัดเต็มที่สุด "ไฮโซม่านฟ้า" ขอสวยแย่งซีนซุป'ตาร์ ในชุดหรูราคาเฉียดล้าน รับประกันความสวยแซ่บไม่ทิ้งสไตล์
หมวดหมู่: บันเทิง

ณเดชน์ ญาญ่า เคลียร์ชัดที่สุด! เรื่องเรียก แฟน ให้เวลาพิสูจน์

บันเทิง - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 23:53
  "ณเดชน์ คูกิมิยะ" ควงแขนนางเอกคู่จิ้น "ญาญ่า อุรัสยา" เคลียร์ชัดที่สุด! เรื่องเรียก "แฟน" ให้เวลาพิสูจน์ รับตอนนี้อยู่ในสถานะแล้วแต่จะคิด ?
หมวดหมู่: บันเทิง

ผลรางวัลดาราเดลี่ 2016 Daradaily The Great Awards ครั้งที่ 6

บันเทิง - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 23:07
  จัดขึ้นอีกครั้งสำหรับ งานประกาศรางวัลของคนบันเทิง “ดาราเดลี่ 2016 Daradaily The Great Awards ครั้งที่ 6”
หมวดหมู่: บันเทิง

“ประหยัด” หวดขึ้นนำเดี่ยวกอล์ฟสิงห์อีสานรอบแรก

กีฬา - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:49

โปรหมาย ประหยัด มากแสง โปรจอมเก๋าวัย 51 ปีจากหัวหิน โชว์ฟอร์มร้อนแรงทำสกอร์ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยวที่ ในการแข่งขันกอล์ฟรายการ “สิงห์อีสานโอเพ่น”

The post “ประหยัด” หวดขึ้นนำเดี่ยวกอล์ฟสิงห์อีสานรอบแรก appeared first on MThai Sport.

หมวดหมู่: กีฬา

นู สกิน เปิดตัว“เอจล็อค มี”

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:46

นางวิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในปี 2560 นี้ เชื่อว่าการแข่งขันในตลาดจะเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสู่ยุคของดิจิตัลแบบเต็มรูปแบบมากขึ้น ซึ่งวันนี้การแข่งขันของธุรกิจขายตรงไม่ใช่เป็นเพียงการแข่งในตลาดเดียวกันอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นการลงไปแข่งกับทุกตลาด ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายให้กับธุรกิจขายตรง และ นู สกิน เรามีความพร้อมจะปรับองค์กรตามโลก และนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาเป็นเครื่องมือที่ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจุดแข็งของบริษัทยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอจล็อคที่เป็นผลิตภัณฑ์หมวด แอนไท-เอจจิ้ง

ประกอบกับ นู สกิน เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดความงามในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่อง 8-10% ทุกปี อีกทั้งตลาดนำเข้าเครื่องสำอางในประเทศไทยมีการเติบโตอยู่ที่ 16.1% หรือคิดเป็นมูลค่า 51,487 ล้านบาท โดยประเทศสหรัฐอเมริกามีการนำเข้าเครื่องสำอางสูงเป็นอันดับ 3 ทั้งนี้ปัจจัยการเติบโตมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การเติบโตของสังคมเมืองและสังคมออนไลน์ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ผู้บริโภคหันมาใส่ใจความเป็นเฉพาะบุคคลมากขึ้น นู สกิน จึงมองเห็นศักยภาพขององค์กรและความได้เปรียบด้านการแข่งขันทางการค้าในตลาดกลุ่มสกินแคร์ ที่ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก

นอกจากนี้ ในปี 2560 บริษัทได้มีการวางกลยุทธ์และปรับแผนธุรกิจให้ทันกับสถานการณ์และ ความต้องการของตลาด โดยมุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ตามคอนเซ็ปต์การเป็นบริษัทผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรา ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เอจล็อค มี” (ageLOC Me) นวัตกรรมของการบำรุงผิวยุคดิจิตัลที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดีไซน์สูตรสกินแคร์เฉพาะบุคคล ที่ตรงเข้าจัดการสัญญาณริ้วรอยแห่งวัยพร้อมบำรุงผิว โดยสามารถให้ผู้ใช้มีอิสระในการกำหนดสูตรตามความต้องการและเหมาะสมกับผิวเฉพาะบุคคล สามารถตั้งค่าความเข้มข้นของเนื้อครีม น้ำหอม ระดับสารกันแดด ที่มีให้เลือกมากกว่า 2,000 สูตร ด้วยการดีไซน์สูตรบำรุงผ่านแอพพลิเคชั่นบน สมาร์ทโฟนที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

เปิดจอง “โคราซอน ประชาชื่น”

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:42

นายชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (PRIN) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมเปิดตัวโครงการ “โคราซอน ประชาชื่น พรีเมี่ยมทาวน์โฮม” (ทาวน์โฮม 3 ชั้น) ติดถนนประชาชื่น จะเปิดให้มีการจองโซนสวย หน้าสวน ระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2560 นี้

โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนประชาชื่น เยื้องกับการประปานครหลวง มีแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยภายในที่มากถึง 218 ตร.ม. โดยทั้ง 2 แบบได้เน้นประโยชน์ใช้สอยภายในบ้านเป็นหลัก ทั้งกระจกบานใหญ่ที่ทำให้บ้านโล่ง Ceiling ที่สูงถึง 3 เมตร ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกอึดอัด ราคาเริ่มต้นที่ 5.99 ล้านบาท

โครงการเป็นโครงการทาวน์โฮมที่เน้นความร่มรื่น ลูกค้าจะได้สัมผัสชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ กับทาวน์โฮมสังคมบ้านเดี่ยว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Oxygen Community” ที่ออกแบบให้บ้านส่วนใหญ่หันหน้าเข้าหาสวน เพื่อเพิ่มความร่มรื่น และความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน พร้อมทั้งออกแบบให้มีที่จอดรถส่วนกลาง และคลับเฮ้าส์หรู สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย

การเดินทาง เนื่องจากโครงการตั้งอยู่บนถนนประชาชื่น สะดวกต่อการเดินทางหลายเส้นทาง ด้วยใกล้ทางด่วนถึง 2 จุด จึงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ทำงานในเมืองด้วยทำเล และทำธุรกิจย่านนี้ สะดวกเพิ่มขึ้นด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ในอนาคต)

ในปีนี้บริษัทฯ มีแผนเปิดใหม่ 4โครงการ มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

“AMA” ปี 59 กำไรโต 10.59%

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:37

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯประจำปี 2559 สิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 143.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.79 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 10.59% เมื่อเทียบกับผลประกอบการปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 130.12 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯมีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 965.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 322.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 50.11% เมื่อเทียบกับผลประกอบการปี 2558 ที่มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 643.18 ล้านบาท
โดยการเพิ่มขึ้นของทั้งกำไรสุทธิ และรายได้ของบริษัทฯ เป็นผลมาจากการขยายกองเรือบรรทุกน้ำมัน และสารเคมีเป็น 8 ลำ และได้เข้าทำสัญญาว่าจ้างขนส่งสินค้าฉบับที่ 2 และเริ่มขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้า และรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าทั้งทางเรือ และทางรถในปี 2559 เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนด้วย

ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ลงนามในการรับมอบเรือบรรทุกน้ำมัน และสารเคมีลำใหม่ 1 ลำ ได้แก่เรือ อลิลญา (Mt. Global Ceres) กับบริษัท Fountain Shipping Navigation Inc. โดยมีมูลค่า 449.18 ล้านบาท โดยเรือลำใหม่นี้มีน้ำหนักบรรทุก 12,999 เดทเวทตัน ส่งผลให้ภายหลังการลงทุนซื้อเรือลำดังกล่าว กองเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทฯจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 8 ลำเป็น 9 ลำ และมีน้ำหนักบรรทุกรวม เพิ่มขึ้นจาก 46,661 เดทเวทตัน เป็น 59,660 เดทเวทตัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 27.85% โดยเรือลำดังกล่าวบริษัทฯมีแผนที่จะนำไปให้บริการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่นจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นต้น รวมถึงภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และบังคลาเทศ เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าเรือลำใหม่จะสามารถเริ่มให้บริการขนส่ง และจะสามารถรับรู้รายได้ภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2560 ซึ่งทำให้คาดว่าผลประกอบการในปี 2560 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“ผลประกอบการในปี 2559 ถือว่าเป็นไปตามที่บริษัทฯคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลจากการขยายกองเรือ และปริมาณการขนส่งน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่วนในปี 2560 บริษัทฯคาดว่าผลประกอบการจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการลงทุนเพื่อซื้อเรือลำใหม่ในช่วงต้นปี และจะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้ทันทีตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้” นายพิศาลกล่าว

ฟอลคอนฯพร้อมก้าวสู่ประกันภัยยุคดิจิทัล

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:32

นางโสภา กาญจนรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งกฏหมายใหม่ที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในธุรกิจประกันภัยไทยได้ถึง 100% พร้อมทั้งกฎหมายที่เตรียมความพร้อมในการส่งเสริมการทำธุรกรรมทาง electronic ของธุรกิจประกันภัย เริ่มตั้งแต่การเสนอขายประกันภัย การจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัย การรับชำระเบี้ยประกัน การให้บริการสินไหม การชำระเงินสินไหม ประกอบกับพฤติกรรมการซื้อประกันภัยของผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่เป็นกำลังซื้อหลักในอีก 10 ปีข้างหน้าที่เปลี่ยนไป ต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยด้วยตนเอง (Consumer Choice) ผ่านช่องทาง electronic นั้น ส่งผลให้ธุรกิจประกันจะต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ ในส่วนของฟอลคอนประกันภัยเอง มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันกับตลาดในอนาคตแล้วในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านเงินทุนของบริษัทฯ และความแข็งแกร่งด้านการเงินจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ บุคลากรที่มากด้วยประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในการพิจารณารับประกันภัย และการพิจารณาสินไหม ในส่วนของเทคโนโลยี ฟอลคอนประกันภัยได้เตรียมพร้อมเพื่อสามารถตอบสนองนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล Thailand 4.0 และพร้อมรองรับกฏหมายเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่หน่วยงานภาครัฐเตรียมประกาศใช้ รวมถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าด้วยมาตรฐานสากล ISO27001”

การแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในด้านโครงสร้างบริหารและการจัดการ เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวในการปฎิบัติงาน และยังสามารถลดต้นทุนในการบริหารจัดการได้อีกทางหนึ่ง โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานทั้งภายในองค์กร การให้บริการลูกค้าและพันธมิตรทางการค้า อาทิการใช้ Workflow System และ Electronic Document มาจัดการกระบวนการรับประกันภัย การออกกรมธรรม์ การบริการสินไหม ตลอดจนการจ่ายชำระสินไหม การพัฒนาบุคลากรด้วยระบบ E-Learning การนำเสนอและการขายประกันภัยผ่านระบบ E-Commerce ให้แก่ลูกค้ารายเดี่ยว การส่งกรมธรรม์แบบอิเล็คทรอนิกส์ (E-Policy) ให้แก่ลูกค้ารายเดี่ยวและลูกค้าองค์กร รวมถึงการพัฒนาการจ่ายสินไหมผ่านระบบ E-Payment ตลอดจนการใช้ Electronic Admin system ภายในองค์กร

นางโสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย ฟอลคอนฯ ได้มีการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเตรียมพร้อมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมด้วยความหลากหลายของกรมธรรม์ที่ครอบคลุมทั้งทรัพย์สินและสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ สามารถเลือกซื้อประกันภัยได้ตลอด 24 ชม. ด้วยแผนกรมธรรม์ที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ในราคาที่เป็นธรรม สามารถกำหนดวันในการเริ่มรับประกันภัยและวันต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยได้ด้วยตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่มีภาระต้องซื้อกรมธรรม์หรือต่ออายุกรมธรรม์มากกว่า 1 ฉบับ พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัว Package สินค้าใหม่ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเป็น Package โดยได้ความคุ้มครองทั้งทรัพย์สินและสุขภาพในการซื้อครั้งเดียว นอกจากนี้ ฟอลคอนประกันภัยยังได้เตรียมความพร้อมด้านการให้บริการสินไหม Fast Track Claim ที่พร้อมจ่ายสินไหมภายใน 7 วัน สำหรับวงเงินค่าสินไหมที่ไม่เกิน 10 ล้านบาท และภายใน 14 วันสำหรับการจ่ายค่าสินไหมที่มีวงเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงเตรียมเปิดบริการด้านการให้บริการสินไหมรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน ด้วยการซ่อมรถในห้างสรรพสินค้า โดยให้บริการซ่อมแผลเฉี่ยวชนเล็กๆ ภายใน 2-3 ชั่วโมง ภายใต้แนวคิด จอดรถ ดูหนัง ทานข้าว กลับมารับรถที่ซ่อมเสร็จ ขับกลับบ้านได้เลย โดยบริการนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีความจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน”

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมไว้ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท หรือเติบโตด้วยอัตรา 15% หากเทียบกับปีที่ผ่านมา และสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,743 ล้านบาท เติบโตสูงขึ้นกว่าปี 2558 ประมาณ 92 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.5% โดยมีเบี้ยจากกลุ่มผลิตภัณฑ์รายย่อย 883 ล้านบาท คิดเป็น 51% จากกลุ่มธุรกิจองค์กร 860 ล้านบาท คิดเป็น 49% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยทรัพย์สิน 570 ล้านบาท ประกันภัยรถยนต์ 509 ล้านบาท ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 333 ล้านบาท ประกันภัยวิศวกรรม 98 ล้านบาท ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล 197 ล้านบาท และประกันภัยการขนส่งทางทะเล 36 ล้านบาท ซึ่งนับว่าฟอลคอนประกันภัย ยังสามารถเติบโตกว่าตลาดที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2%

นางโสภา กล่าวว่า “หากมองถึงทิศทางของธุรกิจประกันวินาศภัยในอีก 10 ปีข้างหน้า ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ น่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านทัศนคติเชิงบวกต่อการประกันภัย รวมถึงลูกค้าสามารถรับรู้และเข้าใจถึงความสำคัญในการทำประกันเพื่อบริหารความเสี่ยงของชีวิตและทรัพย์สิน โดยในอนาคตผู้บริโภคจะสามารถเข้าใจผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้ดีขึ้นจากการหาข้อมูล Contents จาก Social Network และแน่นอนว่าประกันภัยจะมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ มีรูปแบบการเสนอขายผ่านหลายช่องทาง และจะเข้ามามีบทบาทอย่างใกล้ชิดต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งเน้นการลงทุนทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของธุรกิจประกันภัย ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการด้านสินไหมได้สะดวก รวดเร็ว โดยหน่วยงานภาครัฐจะปรับบทบาทในการช่วยปรับแก้กฎหมายต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายนี้ ซึ่งปี 2560 นับเป็น ‘ปีแห่งการขับเคลื่อนการประกันภัยสู่ยุคดิจิทัล’ ฟอลคอนประกันภัยฯ เป็นหนึ่งในธุรกิจประกันวินาศภัยไทยที่เตรียมพร้อมก้าวสู่ประกันภัยยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบและมีมาตรฐานสากล ISO27001 รองรับสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากล และมีศักยภาพในการให้บริการในยุคดิจิทัล สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจ Thailand 4.0 อย่างแน่นอน”

ทิปโก้ จ่อเพิ่มไลน์สินค้าใหม่

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:28

นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ ทิปโก้ และผู้นำตลาดน้ำผลไม้ในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี เปิดเผยว่า ทิปโก้ เป็นแบรนด์ที่รู้จักในวงกว้างและครองความเป็นผู้นำตลาดน้ำผลไม้ในเมืองไทยได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นความแข็งแกร่งของแบรนด์ทิปโก้ ดังนั้นเราจึงต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและรุกตลาดอย่างต่อเนื่องทุกๆปี พร้อมกับมุ่งพัฒนาสร้างผลิตภัณฑ์ สร้างการรับรู้และเข้าถึงแบรนด์ให้ได้มากขึ้น อีกทั้งเล็งเพิ่มช่องทางการจำหน่าย มั่นใจการก้าวสู่แบรนด์ระดับสากล ด้วยกลยุทธ์หลักทางธุรกิจคือมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าและผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ

@ มั่นใจกับ 4 ธุรกิจหลักเสริมความแกร่งกันมากขึ้น
ปัจจุบันบริษัทฯ เรามี 4 กลุ่มธุรกิจ คือ (1) ธุรกิจผลไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ สับปะรดกระป๋องและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นการส่งออกต่างประเทศทั้งหมด ลูกค้าหลักคือกลุ่มทวีปอเมริกาและยุโรป (2) ธุรกิจ Consumer ได้แก่ น้ำผลไม้ ที่บริษัทเป็นผู้นำตลาดในประเทศและเป็น Brand อันดับ 1 ในด้านการยอมรับของผู้บริโภคและมีการเติบโตในด้านส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำแร่ออรา น้ำแร่ทีมีเอกลักษณ์ด้วยแหล่งกำเนิดจากน้ำพุเย็น เทือกเขาสูง 2,700 ฟุตซึ่งมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา (3) ธุรกิจสารสกัดและการเกษตร ดำเนินธุรกิจผลิตสารสกัดจากพืชและผลไม้เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและยา สำหรับธุรกิจการเกษตร ได้แก่ สับปะรดทิปโก้หอมสุวรรณ ซึ่งมีรสชาติเฉพาะตัวเป็นพันธ์ที่เกิดจากการพัฒนาของบริษัทเองและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างดียิ่ง (4) ธุรกิจ Retail ได้แก่ร้าน Squeeze Juice Bar จำหน่ายน้ำผลไม้ปั่นแบบ premium และของว่างเพื่อสุขภาพ และธุรกิจน้องใหม่ อย่าง August ร้านอาหาร Organic Fusion รสชาติจัดจ้าน และ Homsuwan Pina Pina ร้านขนมหวานและเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบหลักจากสับปะรดทิปโก้หอมสุวรรณพัฒนาเป็นเมนูที่มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

@ คุณภาพเต็มร้อยพร้อมบุกตลาดโลก ล่าสุดคว้ารางวัลแบรนด์ระดับโลก
ทิปโก้ผู้นำตลาดน้ำผลไม้ในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี ได้เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วไปว่า เป็นน้ำผลไม้ที่ดีมีคุณภาพจนได้รับมาตรฐานสากลและรางวัลต่างๆมากมาย และล่าสุดได้รางวัล World Branding Award ซึ่งทิปโก้เป็นแบรนด์น้ำผลไม้แรกของโลกที่ได้รับการยกย่องให้เป็น Brand of the Year ในปี 2016 ซึ่งจัดโดย World Branding Forum (WBF) ประเทศอังกฤษ เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อยกระดับมาตรฐานการสร้างแบรนด์ เพื่อมอบผลประโยชน์อันดีให้กับวงการสร้างสรรค์แบรนด์ รวมถึงผู้บริโภค โดยแบรนด์ที่ชนะรางวัลนั้นได้ผ่านการตัดสินในสามส่วนด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วย คุณค่าของแบรนด์ การวิจัยตลาดผู้บริโภค และคะแนนโหวตออนไลน์จากประชาชนทั่วไป นับเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งนอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ของทิปโก้ได้รับรางวัลอื่นๆ ในระดับนานาชาติอีกมากมาย อาทิ

• น้ำแร่ธรรมชาติ ออรา ได้รับรางวัล Grand Gold Quality Award 2016 นับเป็นรางวัลเหรียญทองสูงสุด ด้านคุณภาพการผลิต และรสชาติ จาก Monde Selection ประเทศเบลเยี่ยม เป็นสถาบันนานาชาติเพื่อการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพยาวนานกว่า 50 ปี มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการทดสอบและวิเคราะห์ สินค้าอุปโภคบริโภค จากทั่วโลก เป็นน้ำแร่ธรรมชาติเพียงแบรนด์เดียวของโลกที่ได้รับรางวัลสูงสุดในปี 2016
• น้ำแร่ธรรมชาติ ออรา สับปะรดทิปโก้หอมสุวรรณ น้ำบร็อคโคลี่ น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำแครอท น้ำส้มโชกุน และน้ำมะพร้าวได้รับรางวัล Superior Taste Award ที่มีการยอมรับในระดับสากล จากสถาบันเพื่อรับรองรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม นานาชาติ (iTQi) กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม เป็นองค์กรชั้นนำของโลกที่ทุ่มเทให้กับการทดสอบและการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีรสชาติดีเลิศ โดยน้ำแร่ธรรมชาติ ออรา และ สับปะรดทิปโก้หอมสุวรรณได้รับรางวัลสูดสุดระดับ 3 ดาว
• แบรนด์ทิปโก้ ได้รับรางวัล แบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในประเทศไทย ปี 2016 (The Most Powerful Brands of Thailand 2016) จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกลุ่มน้ำผลไม้
• บริษัทฯ ได้รับรางวัลในฐานะ No.1 Brand Thailand 2015-2016 ยอดนิยมสูงสุด ทั่วประเทศ ในหมวด 100% Fruit Juice และ Non 100% Fruit Juice จำนวน 2 หมวด โดยนิตยสาร Marketeer สื่อธุรกิจการตลาดชั้นนำของประเทศ เพื่อเป็นเกียรติแก่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศ

@ บุกตลาดทั่วโลก.. เดินหน้าสู่แบรนด์โลก
ในด้านตลาดต่างประเทศขณะนี้น้ำผลไม้ ทิปโก้ เป็นที่รู้จักกันหลายประเทศ และเป็นที่ชื่นชอบของคนต่างชาติจากหลายๆ ประเทศ และจากสถิติที่มีการสำรวจพบว่า คนต่างชาติชื่นชอบการดื่มน้ำผลไม้มากกว่าคนไทยด้วย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องบุกตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งธุรกิจหลัก คือธุรกิจผลไม้แปรรูปซึ่งเราการส่งออก 100% ยังคงเป็นตัวหลักการส่งออก ปีนี้เรามีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของผลไม้แปรรูปให้มากขึ้นนอกจากสับประรดกระป๋อง สำหรับการส่งออก น้ำผลไม้คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับแต่ละภูมิภาคจะเป็นไปตามความนิยมของภูมิภาคนั้นๆ

ลูกค้าหลักของกลุ่มน้ำผลไม้อยู่ที่ ทวีปเอเซีย เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องอายุสินค้าสินค้าของเรา (Shelf life ค่อนข้างสั้น) โดยเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ไม่ใส่สารกันบูดในสินค้าทุกชนิด และตามเงื่อนไขของห้างหลักในต่างประเทศที่มีกฏข้อบังคับเรื่องการอายุสินค้าที่เข้าไปจำหน่ายในห้าง ทำให้การตลาดลูกค้าทางไกลค่อนข้างลำบาก
โดยลูกค้าหลักในกลุ่มตลาดเอเซียประกอบไปด้วย ฟิลลิปปินส์ เกาหลี จีน สิงคโปร์ รวมไปถึงตลาดใน middle east of Asia เช่น สหรัฐอาหรับอิมิเรต จอร์แดน ซึ่งมียอดขายรวมมากกว่า 50% ของยอดขายส่งออกทั้งหมด และมีการเติบโตเฉลี่ยเกินกว่า 20%
ซึ่งใน 3 ปีนับต่อจากนี้เรายังเน้นการทำการตลาดสินค้า Brand Tipco เป็นหลัก โดยจะมีการเพิ่ม Product line และ Flavors ใหม่ๆ ตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
โดยเราวางเป้าหมายการเติบโตต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศในปี 2560 นี้ สืบเนื่องจากตลาดต่างประเทศยังมีช่องทางที่เราจะขยายเพิ่มได้อีกมากในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

@ กลยุทธ์และแผนการตลาดปี 2560
สำหรับกลยุทธ์และแผนการตลาดในประเทศที่วางไว้เรายังคงมุ่งเน้นการตลาดแบบสร้างสรรค์ที่ควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แบบ 360 องศา ทั้ง Above the line และ Below the line จัดกิจกรรมโรดโชว์และ Sampling ตามห้างสรรพสินค้า แหล่งชุมชน โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น มองหาโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงรวมทั้งการจัดแคมเปญ CSR ต่างๆ และกิจรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการโฆษณาและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องอย่างครบวงจร โดยครอบคลุมทุกสื่อ อาทิ สื่อโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ออนไลน์ เคเบิ้ล BTS รวมถึงสื่อตามห้างสรรพสินค้า โรงเรียน เป็นต้น เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง รวดเร็วและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในปี 2559 แม้จะมีการแข่งขันที่รุนแรงแต่น้ำผลไม้ 100% ทิปโก้ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดหมายเลข 1 ได้ ด้วยอัตราการเติบโต 7% ขณะที่น้ำแร่ธรรมชาติออราซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงในช่วงตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา มียอดขายเติบโต 15% จากปีก่อนหน้า

@เตรียมต่อยอดแบรนด์ทิปโก้ แตกไลน์สินค้าใหม่
ในปีนี้ยังมีแผนสร้างการเติบโตด้วยการออกสินค้าใหม่ในประเภทสินค้าอื่นนอกเหนือจากน้ำผลไม้ภายใต้กลุ่มแบรนด์ทิปโก้ โดยใช้จุดแข็งของแบรนด์ทิปโก้ที่เป็นที่ยอมรับระดับสากลและประสบการณ์รวมถึงความเชียวชาญด้านผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ

แบรนด์ รุกหนักโลกดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:23

นายบุญเลิศ สุขเสรีทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพของเมืองไทย กล่าวถึงกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งของบริษัทว่า ที่ผ่านที่แบรนด์ได้วางระบบและปรับโครงสร้างในส่วนต่างๆเพื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งอย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์การตลาดของโลก ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมด้านไอทีอย่างต่อเนื่องครบทุกทัชพอยส์ การติดต่อกับลูกค้าจึงเป็นแบบทูเวย์คอมมูนิเคชั่น เพื่อเข้าถึงตัวและสามารถตอบสนองลูกค้าได้มากขึ้น ผ่านทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Mobile Marketing, Content Marketing, Social Media Marketing และ Infographic เป็นต้น

ล่าสุดจับมือพันธมิตร LINE ดึง 6 พรีเซ็นเตอร์คนดังแบรนด์ คือ หน่อง-ปลื้มจิตร์ ถินขาว กัปตันทีมวอลเลย์บอลสาวไทย พรีเซ็นเตอร์แบรนด์ซุปไก่สกัด “ติงลี่” หรือ “หลี่ เหลียง เหว่ย” ซุปเปอร์สตาร์ตลอดกาลของเอเชียควงคู่มากับ ญาญ่า–อุรัสยา เสปอร์บันด์ นางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย Brand Ambassador แบรนด์รังนกแท้ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พระเอกหนุ่มมากความสามารถ พรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ เจนยู โสมสกัด อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ พระเอกหนุ่มสุขภาพดี พรีเซ็นเตอร์แบรนด์เห็ดสกัดเข้มข้น และล่าสุดกับ ฌอห์ณ จินดาโชติ พระเอกหนุ่มมาแรงกับดวงตาคู่สวยพรีเซ็นเตอร์แบรนด์วีต้าเบอร์รี่ มาเป็นสติ๊กเกอร์ไลน์น่ารักๆ

โดยจะปล่อยให้ลูกค้าโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ชุดใหม่ของแบรนด์ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ ที่ BRAND’S Club LINE Official Account สำหรับส่งให้กันแทนความรู้สึก นอกจากนี้แบรนด์ได้จัดเตรียมสิทธิพิเศษต่างๆ และโปรโมชั่นเด็ดๆ มากมาย สำหรับผู้บริโภคที่แอด BRAND’S Line Official Account เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ เช่น แบรนด์ราคาพิเศษเมื่อสั่งซื้อสินค้าแบรนด์ผ่านไลน์ รวมทั้งสิทธิพิเศษก่อนใครในการเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ เป็นต้น และจากการเติบโตของ omnichannel

ในประเทศไทยทำให้ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าผ่าน social commerce กันมากขึ้น ดังนั้นแบรนด์จึงเปิดให้ลูกค้าสั่งซื้อผ่านทางไลน์ พร้อมบริการส่งฟรีทั่วไทยอีกด้วย โดยผู้ที่สั่งซื้อครั้งแรก จะได้รับ E-gift Voucher มูลค่า 100 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดได้ทันที เมื่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์ขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป

“ก่อนหน้านี้แบรนด์เคยเปิดตัวสติ๊กเกอร์ไลน์มาแล้วครั้งหนึ่งและนับเป็น Account เจ้าแรกของโลกที่ต่อยอดการตลาดโดยการนำพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์มาทำสติ๊กเกอร์ในเวอร์ชั่นเซเลบริตี้สติกเกอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นกันแบรนด์หวังว่าจะสามารถสร้างกระแสในวงกว้าง และได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมาโหลดสติ๊กเกอร์ของแบรนด์คลับอย่างดีอีกเช่นเคย” นายบุญเลิศกล่าว

ลูกค้าต่างชาติกว้านซื้อบ้านเดี่ยวแสนสิริ

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:13

นายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวมีแนวโน้มในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตลาดแนวราบได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานที่เที่ยวที่หลากหลาย จึงทำให้ดีมานด์ที่อยู่อาศัยสูงขึ้นทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย เป็นบ้านพักตากอากาศหลังที่สอง โดยล่าสุดแสนสิริได้รับการตอบที่ดีจากลูกค้าชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ลูกค้าชาวต่างชาติซื้อบ้านเดี่ยว 2 โครงการของแสนสิริที่เชียงใหม่รวมไปกว่า 15 หลัง กวาดยอดขายรวมไปถึง 100 ล้านบาท ดันยอดขายบ้านเดี่ยวของแสนสิริที่เชียงใหม่เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุด “เศรษฐสิริ สันทราย” มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท มียอดขายแล้วสูงถึงกว่า 85% และ “บุราสิริ สันผีเสื้อ” มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ยอดขายทะลุ 50% ในเฟสแรก

“จังหวัดเชียงใหม่ได้รับความสนใจมากในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยเป็นเมืองตากอากาศของลูกค้าชาวจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งนอกจากจะซื้อบ้านเดี่ยวเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ยังซื้อเพื่อปล่อยเช่าระยะยาวสำหรับพักผ่อนในช่วงปีใหม่และตรุษจีน ซึ่งให้ผลตอบแทนค่าเช่าสูงถึง 6-8% ด้วย ทั้งนี้สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติที่มาซื้อโครงการของแสนสิริส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง โดยซื้อแบบ Leasehold ซึ่งเป็นการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ได้กรรมสิทธิ์การอยู่อาศัยระยะเวลา 30 ปี

เหตุผลสำคัญที่ชาวต่างชาติเลือกซื้อโครงการบ้านเดี่ยวของแสนสิริที่เชียงใหม่นั้น เนื่องด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับมายาวนานกว่า 30 ปีทั้งในไทยและต่างประเทศว่าเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้มอบแค่ที่อยู่อาศัยคุณภาพแต่มอบไลฟ์สไตล์แห่งการใช้ชีวิต และการนำเสนอโครงการที่ตอบสนองต่อรสนิยมและความต้องการของลูกค้าต่างชาติได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้ “เศรษฐสิริ สันทราย” ลูกค้าชอบดีไซน์ที่โดดเด่นของความเป็นล้านนา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าแห่งเมืองเชียงใหม่ ผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย บนทำเลใกล้ชิดธรรมชาติ สามารถรับวิวดอยสุเทพที่โอบล้อมโครงการ และสัมผัสบรรยากาศร่มรื่นริมลำน้ำแม่คาว ขณะที่ “บุราสิริ สันผีเสื้อ” ซึ่งนับเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดินผืนสุดท้ายของทำเลวงแหวนรอบนอกที่ 3 ที่สามารถพัฒนาเป็นบ้านจัดสรรก่อนปรับผังเมืองใหม่ โดยโครงการออกแบบโดดเด่นภายใต้คอนเซ็ปต์บ้านบรรยากาศรีสอร์ท โอบล้อมด้วยวิวเทือกเขาถนนธงชัยและนาข้าว 360 องศา บรรยากาศโครงการเสมือนพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ท เปิดรับอากาศบริสุทธิ์ ได้เต็มปอด นอกเหนือจากนี้ ลูกค้ายังได้รับบริการสุดพิเศษสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติเฉพาะ ภายใต้ชื่อ “บริการฮักสบาย” ดูแลบ้านและสวนให้ลูกค้าฟรีตลอด 1 ปีเต็ม ทำให้ลูกค้าอุ่นใจและเชื่อมั่นในการซื้อโครงการที่อยู่อาศัยจากแสนสิริ จึงทำให้ลูกค้าเลือกโครงการของแสนสิริในที่สุด” นายเมธา กล่าว

“สำหรับแนวโน้มอสังหาฯ ในจังหวัดเชียงใหม่ปีนี้ คาดว่าดีมานด์ยังเติบโต โดยจะมีลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ปัจจุบันนิยมซื้อบ้านเดี่ยว เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศหลังที่สอง เพราะได้พื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ และใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทั้งนี้คาดว่าอนาคตอสังหาฯ เชียงใหม่จะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จากโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่เริ่มต้นก่อสร้างและจะแล้วเสร็จในปี 2568และโครงการพัฒนาสนามบินสันกำแพง ที่จะแล้วเสร็จในปี 2568 ซึ่งจะสนับสนุนให้อสังหาฯ เชียงใหม่คึกคักและมีราคาพุ่งสูงขึ้นอีกแน่นอน” นายเมธา กล่าว

ไม่น่ามีปัญหา! ปาเกียว-ข่านบอกคุยกันแล้วเรื่องไฟต์หน้า

กีฬา - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:10

แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยชาวฟิลิปปินส์และ อาเมียร์ ข่าน นักชกสัญชาติอังกฤษ ออกมาเผยว่าตอนนี้กำลังเจรจาเรื่องการขึ้นชกในไฟต์ต่อไปของทั้งคู่

The post ไม่น่ามีปัญหา! ปาเกียว-ข่านบอกคุยกันแล้วเรื่องไฟต์หน้า appeared first on MThai Sport.

หมวดหมู่: กีฬา

“น้ำดื่มสิงห์”  เปิดเกมรุกตลาดน้ำดื่ม

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:05

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดน้ำดื่มของไทยเป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง มีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นมากมาย การจัดกิจกรรมการตลาดที่ดี จึงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ ให้เป็นที่จดจำและน่าเชื่อถือมากขึ้น ประกอบกับตลาดน้ำดื่มจะมีการขยายตัวค่อนข้างสูงในช่วงฤดูร้อนของทุกปี การเปิดตัวแคมเปญ ” A PART OF YOU ” ของน้ำดื่มสิงห์ในครั้งนี้ จะยิ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำตลาดน้ำดื่มให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เรายังมีความพร้อมในการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดหรือ NDC (National Distribution Center) ในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อการบริหารการจัดการระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อีกทั้ง แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และมีการหันมาดื่มน้ำบรรจุขวดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดน้ำดื่มเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำดื่มสิงห์ใน ปี 2559 เติบโตเพิ่มขึ้น 6-7% จากปี 2558

“จากปัจจัยของพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยลดการบริโภคเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ลดลง แล้วหันมาบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดมากขึ้น รวมถึงผู้บริโภคใส่ใจและเชื่อมั่นเกี่ยวกับแบรนด์สินค้ามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดน้ำดื่มมีการขยายตัวสูงขึ้น และแบรนด์น้ำดื่มสิงห์ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดน้ำดื่มโดยรวม ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโต โดยในปีที่ผ่านมาน้ำดื่มสิงห์มีส่วนทำให้ตลาดเติบโต 11%”

และในปีนี้น้ำดื่มสิงห์ได้เปิดตัวแคมเปญ “A PART OF YOU น้ำดื่มสิงห์เท่านั้นที่เราเลือก” เป็นครั้งแรกที่เราดึงตัวแทนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันเข้ามาเป็น Brand Influencer เสริมความแข็งแกร่งของผู้นำตลาดอันดับ 1 อันได้แก่ “วี วิโอเล็ต วอเทียร์” นักร้องนักแสดงอีกคนที่มีความสามารถทั้งแต่งเพลงและร้องเพลงเอง พ่วงด้วยการแสดงภาพยนต์ละคร “ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์” นักเขียนบท ผู้กำกับภาพยนต์ ซีรี่ส์ดังมากมาย “เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา” อาจารย์ นักแสดงและเน็ตไอดอลร่างเล็กผู้มากความสามารถ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีแฟนคลับติดตามบนโลกออนไลน์กว่า 1.4 ล้านคน จนสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น  “2 หนุ่มแห่งวงเซาท์ไซด์” (Southside) “ทูพี(2P) พิทวัส พฤกษกิจ” และ “ดีเจต๊อบ(DJ Tob) ณภัทร เหล่าพลายนาค แรปเปอร์ที่มาแรงและดังสุดแห่งยุค ที่จุดประกายให้คนรู้จักความเป็นฮิปฮอปในสายเลือดเป็นอย่างไร มาร่วมสื่อสาร บอกเล่าเรื่องราว แรงบันดาลใจ ตลอดจนสิ่งที่แต่ละคนทำ เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งในกลุ่มผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายยิ่งขึ้น

“น้ำดื่มสิงห์ เป็นน้ำดื่มที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในด้านความสะอาดมาโดยตลอด อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน NSF International สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองการผลิตระดับโลก ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น และบริษัทยังตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้วยการมุ่งสร้างความพึงพอใจในตราสินค้า (Brand Preference) ในกลุ่มผู้บริโภค เพื่อทำให้น้ำดื่มสิงห์เป็นผู้นำตลาดอย่างยั่งยืนด้วย”

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ โดยเฉพาะออนไลน์ โดยเปิดช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า ผ่านเว็บไซต์ www.singhaonlineshop.com และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง และช่วยเสริมสร้างโอกาสในการเติบโตของยอดขายมากขึ้น

สำหรับภาพรวมตลาดน้ำดื่มบรจจุขวดในปี 2559 มีอัตราการเติบโตประมาณ 11%  มีมูลค่า 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเชิงปริมาณ 4,000 ล้านลิตร โดยตลาดแบ่งเป็นกลุ่มน้ำดื่มขวด PET สัดส่วน 90% ขวดแก้วสัดส่วน 10%  ทั้งนี้ น้ำดื่มสิงห์ ถือเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดโดยรวม 23%  และจากการทำตลาดทั้งปี 2560 น้ำดื่มสิงห์ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 25%

ธพว. เปิดเวที“โอกาสรวย SMEs บุกตลาด CLMV”

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 22:00

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Development Bank) เปิดเผยว่า งานสัมมนา “โอกาสรวย SMEs บุกตลาด CLMV” ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้ประกอบการ SMEs สนใจเข้าร่วมงานยอดทะลุ 300 ราย ทำให้เห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs ไทยในปัจจุบัน มีแนวโน้มสนใจเข้าไปทำการค้าขายในกลุ่มประเทศ CLMV อันประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเมียนมาร์ และประเทศเวียดนาม ซึ่งกลุ่มประเทศดังกล่าวนับได้ว่าเป็นตลาดใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม เป็นตลาดสำคัญในอันดับต้นๆ ที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และค่าจ้างแรงงานไม่สูงนัก นอกจากนี้ ยังมีพรมแดนติดกับประเทศไทยทุกประเทศจึงเหมาะมากที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยจะเข้าไปลงทุน ขยาย หรือหาลู่ทางทำธุรกิจ

โดยภายในงานธนาคารได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มประเทศ CLMV อาทิเช่น เอกอัครราชฑูต สุรพล มณีพงษ์ อุปนายกและเลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา มาบอกเล่าประสบการณ์แบบวิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับตลาดประเทศกัมพูชา คุณอาภาพรรณ ชนานิยม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพ และการจัดการองค์ความรู้ ISMED ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การตลาด โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเวียดนาม คุณธฤษนัช คงขุนเทียน สุดยอดกูรูที่ปรึกษาด้านการลงทุนธุรกิจในประเทศลาว และคุณสมเกียรติ ผู้มีชัยวงศ์ ประธานชมรมคลัสเตอร์การค้าไทย มาให้ข้อมูลการเจาะตลาดประเทศเมียนมาร์ สำหรับผู้ประกอบการท่านอื่นๆ ที่พลาดงานสัมมนาในครั้งนี้ สามารถติดตามรับชมย้อนหลังได้ที่ facebook ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ดำเนินโครงการต่างๆ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs อาทิเช่น การจำหน่ายสินค้าผ่านทางสายการบินต่างๆ การจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ และในช่วงเดือนมีนาคม ธนาคารจะเข้าร่วมสนับสนุนการจัดงาน World Food Expo 2017 โดยเชิญผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มคลัสเตอร์อาหาร เข้าร่วมออกบูธโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในพันธกิจการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง ผู้ประกอบการ SMEs ท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของธนาคาร ท่านสามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357 ช่องทางสาขาทั้ง 95 แห่ง หรือผ่านสื่อ Social Network

แอลจีรุกตลาดเครื่องปรับอากาศในบ้าน

โลกวันนี้ ฮอทนิวส์ - พฤหัสบดี, 23. กุมภาพันธ์ 2017 - 21:52

นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอลจีมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในผลิตภัณฑ์ของแอลจี โดยนวัตกรรมอินเวอร์เตอร์ในเครื่องปรับอากาศรุ่นล่าสุดจากแอลจีนี้ นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องการประหยัดพลังงาน การมอบความเย็นที่เร็วขึ้น ความทนทาน ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยฟังก์ชั่นที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น SmartThinQ ด้วยระบบ WiFi เพื่อควบคุมการใช้งานแม้อยู่นอกบ้าน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี ตอกย้ำฐานะผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกของแอลจี”

สำหรับรุ่น IPC มาพร้อมฟีเจอร์ Plasmaster Ionizer+ ช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกระบวนการกำจัดเชื้อโรคที่อาจปะปนอยู่ในอากาศได้ถึง 99.9% ให้สะอาดบริสุทธิ์เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศชั้นเยี่ยม สำหรับรุ่น IDC หรือ Deluxe Inverter รุ่นพรีเมี่ยมยกระดับจากเครื่องปรับอากาศรุ่นดูอัล คูล เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและให้ความเย็นที่เร็วขึ้น ที่มาพร้อมการออกแบบที่มีขอบอะคริลิกใส ทำให้เครื่องปรับอากาศมีดีไซน์มีที่เรียบหรูยิ่งขึ้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับพร้อมระบบอัจฉริยะ SMART THINQ ที่สามารถควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนด้วยระบบ WiFi ได้ทุกที่ทุกเวลา และรุ่น ICC การพลิกโฉมของเครื่องปรับอากาศที่ใช้คอยล์ทองแดง เพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อเสริมแกร่งความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านของไทย แอลจีมุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพให้แก่ช่างซ่อมบำรุง โดยได้เปิดเว็บไซด์ www.lgaircare.com ให้แก่ช่างซ่อมบำรุงอิสระและผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับทางแอลจี ให้ได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ การซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ ตารางการอบรม ศูนย์บริการ และตัวแทนจำหน่าย รวมทั้งการสะสมคะแนนและแลกรับของรางวัล

และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานให้แก่ช่างซ่อมบำรุง แอลจีได้จัดโปรแกรม Quick & Easy Diagnosis with SIM 2.0 อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเพื่อช่วยให้ช่างติดตั้งสามารถติดตามสถานะและการใช้งานของเครื่องปรับอากาศหลังการติดตั้งได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา และให้บริการลูกค้าได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดปัญหาหลังการติดตั้ง พร้อมขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์จำหน่ายอะไหล่เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของช่างซ่อมบำรุงทั่วประเทศ

ด้วยกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจเครื่องปรับอากาศภายในบ้านของแอลจีในปี 2560 นี้ ที่ครอบคลุมทั้งผู้บริโภคและพาร์ทเนอร์ของเรา ทั้งช่างติดตั้ง ช่างซ่อมบำรุง และผู้แทนจำหน่าย แอลจีมั่นใจว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 15 หรือประมาณ 150,000 ยูนิต ทั้งนี้ เราได้ทุ่มงบการตลาดกว่า 300 ล้านบาท สำหรับการจัดกิจกรรมการตลาดครอบคลุมทั้ง ATL , BTL และ Online รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ซึ่งจะช่วยให้แอลจีเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ รวมถึงการช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ของแอลจี” นายนิพนธ์ กล่าว

เครื่องปรับอากาศระบบดูอัล อินเวอร์เตอร์ใหม่จากแอลจี รุ่น IPC, IDC, และ ICC ทั้งสามรุ่นมีจำหน่ายในขนาดตั้งแต่ 10,000 ถึง 24,000 บีทียู ราคาเริ่มต้นที่ 21,900 – 49,900 บาท

หน้า